Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57366)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฯ แถลงคัดค้าน (อันดับ 65)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 105,214 บาทพร้อมด้วยค่าปรับในอัตราร้อยละสิบแปดต่อปี ของเงินจำนวน 70,666บาท นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแต่คำนวณจนถึงวันฟ้องจะต้องไม่เกินกว่า 13,382 บาท หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์ จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้จนครบ หากไม่พอชำระก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 61,60)จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้วางหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 40,48)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่าหลักทรัพย์ที่จำนองเป็นหลักประกันเพียงพอกับจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยค่าปรับในอัตราร้อยละ 18 ต่อปีของต้นเงินตามคำพิพากษาดังกล่าวนับจากวันที่ 2 เมษายน 2528 มีกำหนด 5 ปี ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับระหว่างฎีกา หากเห็นว่าไม่เพียงพอก็ให้หาหลักประกันมาเพิ่มให้เพียงพอภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควร มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 268/2533สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรสามพราน จำกัดฯโจทก์นางยู่งึ้น กิจบำรุงจำเลยนางยู่งึ้น กิจบำรุง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฯ แถลงคัดค้าน (อันดับ 65)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 105,214 บาทพร้อมด้วยค่าปรับในอัตราร้อยละสิบแปดต่อปี ของเงินจำนวน 70,666บาท นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแต่คำนวณจนถึงวันฟ้องจะต้องไม่เกินกว่า 13,382 บาท หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์ จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้จนครบ หากไม่พอชำระก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 61,60)จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้วางหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 40,48)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่าหลักทรัพย์ที่จำนองเป็นหลักประกันเพียงพอกับจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยค่าปรับในอัตราร้อยละ 18 ต่อปีของต้นเงินตามคำพิพากษาดังกล่าวนับจากวันที่ 2 เมษายน 2528 มีกำหนด 5 ปี ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับระหว่างฎีกา หากเห็นว่าไม่เพียงพอก็ให้หาหลักประกันมาเพิ่มให้เพียงพอภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควร มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12104/2553

ค่าทนายความที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์ชำระแก่จำเลยที่ 1 เป็นความรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 หาใช่หนี้ตามคำพิพากษาในเนื้อหาคดี อันโจทก์จะพึงมีสิทธิยื่น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6745/2539

ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการบังคับคดีและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองไว้ก่อนจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการขอให้พิจารณาใหม่นั้น แท้จริงแล้วเนื้อหาของคำร้องเป็นเรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8228/2538

หนังสือสัญญาค้ำประกันที่จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทำขึ้นเพื่อขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ไม่มีผลเป็นหลักประกันในการทุเลาการบังคับคดีในชั้นฎีกาเป็นกา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56261)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา) ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา)จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า นิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองไม่เป็นโ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56110)

ความว่า ผู้ร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับแล้วผู้ร้องจะฎีกาคำสั่งไม่ได้จึงไม่รับฎีกาของผู้ร้อง ผู้ร้องเห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งประการใดแล้วค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้