Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5736/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ตายทั้งสองมีเรื่องไม่พอใจน้องชายจำเลยแต่กลับไปหาเรื่องกับจำเลยและชี้หน้าด่าแม่จำเลยเห็นว่าการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสองด้วยสาเหตุเพียงเท่านี้ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการป้องกันสิทธิของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา68แต่การที่ผู้ตายทั้งสองไปหาเรื่องกับจำเลยและชี้หน้าด่าแม่จำเลยนั้นถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสองในขณะนั้นจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,288, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,72, 72 ทวิ ริบอาวุธปืนและหัวกระสุนปืนของกลางจำเลยให้การปฎิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม,8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ลงโทษฐานมีอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนจำคุก 1 ปีและฐานฆ่าผู้อื่น ให้ประหารชีวิต ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษฐานมีอาวุธปืนจำคุก 8 เดือน

ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 8 เดือน และฐานฆ่าผู้อื่นจำคุกตลอดชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52(1) เมื่อลงโทษจำคุกตลอดชีวิตในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นแล้ว จึงไม่อาจนำโทษจำคุกในความผิดอื่นมารวมได้ ริบอาวุธปืนและหัวกระสุนปืนของกลางจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 68 และ 69ลงโทษจำคุก 9 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78แล้ว คงจำคุก 6 ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุกฐานมีและพาอาวุธปืนติดตัวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว รวมเป็นโทษจำคุก 6 ปี กับ 16 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยมีอาวุธปืนพกขนาด .38หมายเลขทะเบียน กท.744358 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด ของนายล้อม อินทร์ทอง ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิง นายกระจาย พินิจ และนายวิรัตน์ ใจแผ้ว ถึงแก่ความตายมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นายวิโชค ใจแผ้ว น้องนายวิรัตน์ผู้ตาย นายประสพโชค ชนะคุ้มผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 และนายทวน แปะหลง พยานโจทก์เบิกความว่า

ก่อนเกิดเหตุนายวิรัตน์มีเรื่องทะเลาะกับนายวิชัยหรือเจ้งน้องจำเลย ถึงขนาดนายวิรัตน์พูดว่าจะฆ่านายวิชัยให้นายทวนฟัง แต่นายทวนกับนายประสพโชคได้ห้ามไว้ ครั้นนายวิชัยกลับไปแล้ว นายวิรัตน์กับนายกระจายเดินไปที่โต๊ะที่จำเลยนั่งนายทวนได้ยินนายวิรัตน์พูดว่า ไม่ได้น้องก็เอาพี่ ส่วนนายวิเชียร พรหมสุวรรณ พยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความว่าได้ยินนายกระจายพูดขู่จำเลยว่าใครใหญ่พร้อมกับชี้หน้าด่าแม่จำเลยที่โจทก์ฎีกาว่า คำเบิกความของนายทวนและนายวิเชียรเพิ่งจะกล่าวอ้างยืนยันในชั้นศาลเพื่อช่วยเหลือจำเลยนั้น นายวิเชียรเบิกความว่า นายวิเชียรเป็นญาติกับนายวิรัตน์ผู้ตายโดยมีศักดิ์เป็นพี่ ส่วนนายทวนก็เบิกความว่าบิดาผู้ตายทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายทวนจึงฟังไม่ได้ว่านายทวนและนายวิเชียรเบิกความเพื่อช่วยเหลือจำเลยตามที่โจทก์ฎีกา แต่ที่นายทวนเบิกความว่านายวิรัตน์ตั้งท่าจะชักอาวุธปืนออกมาและนายวิเชียรเบิกความว่านายกระจายชักอาวุธปืนจะยิงจำเลยนั้นนายวิเชียรกลับเบิกความตอบโจทก์ถามติงว่า

ผู้ตายทั้งสองจะมีอาวุธปืนจริงหรือไม่ไม่ทราบ นอกจากนี้พยานโจทก์ปากอื่นก็ไม่มีผู้ใดเห็นผู้ตายทั้งสองมีอาวุธปืนแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ตายทั้งสองมีอาวุธปืนที่จะใช้ยิงจำเลยและคงฟังได้แต่เพียงว่าผู้ตายทั้งสองมีเรื่องไม่พอใจน้องชายจำเลย แต่กลับไปหาเรื่องกับจำเลยและชี้หน้าด่าแม่จำเลย เห็นว่าการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสองด้วยสาเหตุเพียงเท่านี้ยังถือไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันสิทธิของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68แต่ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้ตายทั้งสองไปหาเรื่องกับจำเลยและชี้หน้าด่าแม่จำเลยนั้นถือได้ว่าจำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสองในขณะนั้นจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 และเห็นว่าโทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 กำหนดมานั้นเหมาะสมแล้วฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ ทองแย้ม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้