Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 573/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อหนังสือสัญญาการเช่าใช้บริการวิทยุคมนาคม (โทรศัพท์เคลื่อนที่) ไม่ได้กำหนดเวลาอันพึงชำระหนี้ที่แน่นอนไว้แต่อย่าใด โจทก์ผู้ให้บริการย่อมเรียกให้จำเลยผู้เช่าใช้บริการดังกล่าวชำระหนี้ได้โดยพลันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 203 ข้อกำหนดในสัญญาในการเรียกเก็บค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือหลักประกันโดยใช้วิธีส่งใบแจ้งหนี้ให้แก่จำเลยนั้นเป็นการบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 เท่านั้น ไม่ใช่เป็นกำหนดเวลาชำระหนี้สิ้นสุดลง อายุความจึงมิได้เริ่มนับตั้งแต่เวลาการบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้สิ้นสุดลงแต่อย่างใดไม่ เมื่อปรากฏว่าจำเลยได้โอนการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ให้บุคคลอื่นไป สัญญาเช่าใช้บริการวิทยุคมนาคมระหว่างโจทก์และจำเลยย่อมสิ้นสุดลง โจทก์มีสิทธิเรียกค่าใช้บริการดังกล่าวจากจำเลยได้ทันที คือตั้งแต่วันที่จำเลยโอนการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แก่บุคคลอื่น เมื่อนับระยะเวลาจากวันดังกล่าวถึงวันฟ้องเกินกำหนด 2 ปี จึงขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 45,492 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาคู่ความรับข้อเท็จจริงว่า ระหว่างวันที่ 28 กันยายน 2536ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2536 จำเลยเป็นผู้เช่าใช้บริการของโจทก์ แต่จำเลยไม่ได้ใช้บริการวิทยุคมนาคมของโจทก์ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า จำเลยเป็นผู้เช่าใช้บริการวิทยุคมนาคมระบบเวิลด์โฟน (โทรศัพท์เคลื่อนที่) หมายเลข 4891019 กับโจทก์ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 28 กันยายน 2536 ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2536 โดยการเช่าใช้บริการวิทยุคมนาคมดังกล่าว

มีการทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ด้วย แต่จำเลยไม่ได้ใช้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว ในวันที่ 22 ตุลาคม 2536 จำเลยได้ขอเปลี่ยนแปลงทะเบียนผู้ใช้บริการใหม่เป็นชื่อของนายปัญญาศิลป์ ชัชรัตน์ โดยโจทก์ยินยอม และจำเลยได้มีหนังสือยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายซึ่งเกิดจากการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าวที่ยังค้างชำระอยู่จนถึงวันโอนสิทธิต่อโจทก์ โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าบริการใหม่กับนายปัญญาศิลป์ในวันที่ 22 ตุลาคม 2536 โจทก์ได้แจ้งและเรียกเก็บค่าบริการจากจำเลยในช่วงเวลาก่อนการโอนสัญญาเช่าบริการตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2536ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2536 เป็นเงิน 48,492 บาท โดยให้จำเลยชำระเงินภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2536 และสิทธิเรียกร้องคดีนี้มีกำหนด 2 ปี

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่จะเรียกให้จำเลยชำระหนี้เริ่มนับแต่เมื่อใด เห็นว่า ตามหนังสือสัญญาเช่าใช้บริการวิทยุคมนาคมระบบเวิลด์โฟนระบุเงื่อนไขไว้ในข้อ 2 ว่า "ผู้ใช้บริการตกลงชำระค่าเช่าเลขหมายหลักประกันในการปฏิบัติตามสัญญา และค่าธรรมเนียมรวมทั้งค่าบริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนดในปัจจุบันและที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงใช้ต่อไปในอนาคตภายใต้ความเห็นชอบของการสื่อสารแห่งประเทศไทย เมื่อผู้ใช้บริการได้ทราบการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการดังกล่าวแล้วมีสิทธิที่จะเลิกสัญญานี้ได้โดยบอกกล่าวให้ผู้ให้บริการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน แต่ค่าบริการค่าธรรมเนียม และหลักประกันในการปฏิบัติตามสัญญาที่ค้างชำระอยู่นั้น

ผู้ใช้บริการจะต้องชำระในทันทีที่ได้รับใบแจ้งหนี้จากผู้ให้บริการ" ข้อ 3 กำหนดไว้ว่า "ผู้ใช้บริการจะต้องนำค่าใช้บริการหรือค่าเช่าเลขหมายและค่าธรรมเนียมอื่นใด ตามจำนวนที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บตามใบแจ้งหนี้ในแต่ละครั้งไปชำระ ณ สถานที่ที่ผู้ให้บริการกำหนดภายในกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในใบแจ้งหนี้" ข้อ 4 กำหนดว่า "ผู้ใช้บริการจะต้องชำระเงินที่เรียกเก็บนั้นในทันทีที่ได้รับใบแจ้งหนี้ ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่ชำระเงินใด ๆ ที่จะต้องชำระให้แก่ผู้ให้บริการตามเงื่อนไขในสัญญานี้ หรือผู้ใช้บริการค้างชำระค่าใช้บริการโทรคมนาคมของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งการสื่อสารแห่งประเทศไทยได้เรียกเก็บเงินตามใบแจ้งหนี้ของการสื่อสารแห่งประเทศไทยเอง

ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการบริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าหรือบอกเลิกสัญญาได้ทันที" และเงื่อนไขตามข้อ 6 กำหนดไว้ว่า "เป็นที่ตกลงกันต่อไปว่า ผู้ให้บริการมีสิทธิคิดค่าปรับในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน สำหรับค่าบริการใด ๆ ที่ค้างชำระและซึ่งผู้ใช้บริการต้องจ่ายในเวลาใดเวลาหนึ่ง ผู้ให้บริการจะเรียกเก็บเงินค่าปรับดังกล่าวเป็นคราว ๆ พร้อมกับการเรียกเก็บค่าใช้บริการหรือจะเรียกเก็บโดยวิธีอื่นก็ได้ แล้วแต่ผู้ให้บริการจะเห็นสมควรโดยเศษของเดือนจะคิดเป็นหนึ่งเดือน" และข้อ 20 กำหนดว่า "ใบแจ้งหนี้หรือหนังสือบอกกล่าวใด ๆ ที่ผู้ให้บริการส่งไปยังผู้ใช้บริการตามที่อยู่ และ/หรือสถานที่ส่งใบแจ้งหนี้ที่ระบุไว้ในสัญญา ให้ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบ และถือว่าผู้ใช้บริการได้รับใบแจ้งหนี้และ/หรือหนังสือบอกกล่าวนั้นโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว" ตามหนังสือสัญญาดังกล่าวไม่ได้กำหนดเวลาอันพึงชำระหนี้ที่แน่นอนไว้แต่อย่างใด

โจทก์ย่อมเรียกให้จำเลยชำระหนี้ได้โดยพลันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 ข้อกำหนดในสัญญาในการเรียกเก็บค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือหลักประกันโดยใช้วิธีส่งใบแจ้งหนี้ให้แก่จำเลยนั้นเป็นการบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 เท่านั้น ไม่ใช่เป็นกำหนดเวลาชำระหนี้สิ้นสุดลง อายุความจึงมิได้เริ่มนับตั้งแต่เวลาการบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้สิ้นสุดลงแต่อย่างใดไม่ เมื่อปรากฏว่าจำเลยได้โอนการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ให้นายปัญญาศิลป์ไปตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม2536 สัญญาเช่าใช้บริการวิทยุคมนาคม ระหว่างโจทก์กับจำเลยย่อมสิ้นสุดลง โจทก์มีสิทธิเรียกค่าใช้บริการดังกล่าวจากจำเลยได้ในทันทีคือตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2536 มิใช่นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2536 ตามที่โจทก์ฎีกา เมื่อนับระยะเวลาถึงวันที่โจทก์ฟ้องคือวันที่ 30 พฤศจิกายน 2538 เกินกำหนด 2 ปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้