Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 573/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความเท็จไปร้องเรียนเพื่อ+เหลือให้เขาพ้นจากอาชญาที่ควรรับตามกฎหมายผิดตามมาตรา 254 +ความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่า เขาเป็นคนร้าย+เขาต้องถูกกักขังดังนี้ มี+ตามมาตรา 118 แต่ไม่มี+ตามมาตรา 270

คำฟ้องและคำให้การ

คดีได้ความว่ากระบือของจำเลยหายไป จำเลยจึงนำความไปแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้าน ต่อมา ส.ซึ่งเป็นญาติของจำเลยได้ทำร้ายร่างกายโจทก์ แล้วจำเลยนำความไปร้องเรียนต่อกรมการอำเภอว่าโจทก์เป็นผู้ร้ายลักกระบือแลจำเลยเป็นผู้ร้ายโจทก์ กรมการอำเภอจึงเอาตัวโจทก์ไปกักขังไว้ ๑ วันเศษ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์สืบได้ว่าจำเลยมิได้เกี่ยวข้องทำร้ายโจทก์ แลมิได้อยู่ในขณะที่เกิดเหตุทำร้ายกัน ส่วนข้อที่จำเลยแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่วันกระบือหายก่อนเกิดตีกันนั้นพอมีมูลอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญในข้อต้น เห็นว่าจำเลยได้นำความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานเพื่อช่วยเหลือให้ ส.พ้นจากอาชญาอันควรรับตามกฎหมาย ส่วนข้อที่โจทก์ต้องถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังนั้น เห็นว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่อำนาจของจำเลยจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๑๑๘ ,๑๕๔ ข้อ ๒ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๕๔ ซึ่งเป็นบทที่หนักจำคุก ๑ ปี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อมาตย · กฤต · อิศร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้