Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57232)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากฎีกาของจำเลยที่ 2 ทั้งหมดเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และเมื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีขัดแย้ง และฝ่าฝืนต่อคำพยานหลักฐานในห้องสำนวน ศาลรับฟังพยานที่ยังเป็น ที่สงสัยและเป็นเพียงสำเนาเอกสารมาวินิจฉัยลงโทษจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 277 และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95ประกอบกับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 227/2534 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกับอีกคดีหนึ่งโดยเรียกจำเลยคดีนี้ว่าจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ(พ.ศ. 2504) ฯลฯ จำคุก 1 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 135)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 152)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยคดีนี้จากพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบเท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์มิได้หยิบยกพยานหลักฐานของจำเลยบางประการขึ้นมาวินิจฉัยก็ดี วินิจฉัยชี้ขาดโดยฟังพยานหลักฐานของโจทก์ซึ่งขัดแย้งกับ พยานหลักฐานของจำเลยก็ดี เป็นดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ในสำนวนมิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีโดยขัดแย้งฝ่าฝืนต่อ พยานหลักฐานในสำนวนแต่อย่างไร ฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยนั้น ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3882/2535พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลกโจทก์นายนพพร ประพิมพันธ์จำเลยนายนพพร ประพิมพันธ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากฎีกาของจำเลยที่ 2 ทั้งหมดเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และเมื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีขัดแย้ง และฝ่าฝืนต่อคำพยานหลักฐานในห้องสำนวน ศาลรับฟังพยานที่ยังเป็น ที่สงสัยและเป็นเพียงสำเนาเอกสารมาวินิจฉัยลงโทษจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 277 และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95ประกอบกับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 227/2534 นี้

ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกับอีกคดีหนึ่งโดยเรียกจำเลยคดีนี้ว่าจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ(พ.ศ. 2504) ฯลฯ จำคุก 1 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 135)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 152)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยคดีนี้จากพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบเท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์มิได้หยิบยกพยานหลักฐานของจำเลยบางประการขึ้นมาวินิจฉัยก็ดี วินิจฉัยชี้ขาดโดยฟังพยานหลักฐานของโจทก์ซึ่งขัดแย้งกับ พยานหลักฐานของจำเลยก็ดี เป็นดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ในสำนวนมิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีโดยขัดแย้งฝ่าฝืนต่อ พยานหลักฐานในสำนวนแต่อย่างไร ฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยนั้น ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร ทองประยูร · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้