Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57221)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์เพียง 200,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเช่นนี้ คดีจึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.2 ข. เป็นปัญหาที่มิได้ยกขึ้นวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์และฎีกาในข้อ 2.3เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาจึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้เสีย คงรับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 2.2 ก. ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้นจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มิใช่ผู้เสียหาย ฎีกาข้อ 2.2 ข. เกี่ยวเนื่องกับข้อ 2.2 ก.และฎีกาข้อ 2.3 เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยสิทธิสภาพบุคคล หรือสิทธิในครอบครัวโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทุกข้อด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 128)ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 123,225 ตำบลในเมือง อำเภอยโสธรจังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันอำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร)และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 53,54ตำบลเชื่องคำ(ตาดทอง) อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธรอันเป็นทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 124)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 128)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกิน200,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่ จำเลยฎีกาในข้อ 2.1 ว่าพยานหลักฐานจำเลยฟังได้ว่าโจทก์มิใช่บุตรนายลีโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว จำเลยฎีกาข้อ 2.2 ข.ว่า จะต้องหักเงินค่าใช้จ่ายในการทำศพ นายลีและเงินที่โจทก์รับไปก่อนฟ้องคืนแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1329 ด้วย ปัญหาข้อนี้มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ที่แก้ไขใหม่ทั้งยังเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยฎีกาข้อ 2.3 ว่า จำเลยไม่ต้องโอนที่ดินพิพาทคืนโจทก์ เพราะพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบแสดงชัดว่าจำเลยเป็นบุตรนายลีนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งมิได้เกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัวที่จะไม่ต้องห้ามฎีกา จึงเป็นฎีกาต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกที่แก้ไขใหม่ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3784/2535นายเติมหรือบุญเติม กองเมินโจทก์นายเริ่ม กองเมินจำเลยนายเริ่ม กองเมิน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคแรก, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์เพียง 200,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเช่นนี้ คดีจึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.2 ข. เป็นปัญหาที่มิได้ยกขึ้นวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์และฎีกาในข้อ 2.3เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาจึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้เสีย คงรับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ 2.2 ก. ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้นจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มิใช่ผู้เสียหาย ฎีกาข้อ 2.2 ข. เกี่ยวเนื่องกับข้อ 2.2 ก.และฎีกาข้อ 2.3 เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยสิทธิสภาพบุคคล หรือสิทธิในครอบครัวโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทุกข้อด้วยหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 128)ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 123,225 ตำบลในเมือง อำเภอยโสธรจังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันอำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร)และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 53,54ตำบลเชื่องคำ(ตาดทอง) อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธรอันเป็นทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 124)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 128)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกิน200,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่

จำเลยฎีกาในข้อ 2.1 ว่าพยานหลักฐานจำเลยฟังได้ว่าโจทก์มิใช่บุตรนายลีโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว

จำเลยฎีกาข้อ 2.2 ข.ว่า จะต้องหักเงินค่าใช้จ่ายในการทำศพ นายลีและเงินที่โจทก์รับไปก่อนฟ้องคืนแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1329 ด้วย ปัญหาข้อนี้มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ที่แก้ไขใหม่ทั้งยังเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยฎีกาข้อ 2.3 ว่า จำเลยไม่ต้องโอนที่ดินพิพาทคืนโจทก์ เพราะพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบแสดงชัดว่าจำเลยเป็นบุตรนายลีนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งมิได้เกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัวที่จะไม่ต้องห้ามฎีกา จึงเป็นฎีกาต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกที่แก้ไขใหม่ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 38/2549

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนของหมั้นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ราคา 32,500 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินสินสอดจำนวน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้