Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57219)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยยืนตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 และ 2.2 นั้นฎีกาว่าศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ปรากฏในสำนวนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2.3 ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรอันเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ให้ปรับจำเลย 853,933.44 บาทจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 39 แผ่นที่ 2)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)คำสั่งฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ปรากฏในสำนวน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามที่ได้จากการนำสืบแล้ว ฎีกาทั้งสองข้อจึงเป็นการโต้เถียงการชั่งน้ำหนัก พยานของศาล เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.3 ว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาเลี่ยงภาษีศุลกากรหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามข้อชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3774/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายทองเต็ม สุทธิสิริโรจน์จำเลยนายทองเต็ม สุทธิสิริโรจน์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลยยืนตามศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 และ 2.2 นั้นฎีกาว่าศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ปรากฏในสำนวนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2.3 ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรอันเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 40)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ให้ปรับจำเลย 853,933.44 บาทจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 39 แผ่นที่ 2)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40)คำสั่งฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ปรากฏในสำนวน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น

ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามที่ได้จากการนำสืบแล้ว ฎีกาทั้งสองข้อจึงเป็นการโต้เถียงการชั่งน้ำหนัก พยานของศาล เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.3 ว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาเลี่ยงภาษีศุลกากรหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามข้อชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้