คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการดูแลรักษาคลองสาธารณะตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยเข้ามาขุดดินในที่ดินของโจทก์และได้ทำการปักเสาไฟฟ้า วางท่อประปารุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ กรณีตามคำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อีกทั้งแม้ในกรณีจำต้องวินิจฉัยก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ ศาลปกครองก็มีอำนาจที่จะวินิจฉัยกรณีดังกล่าวได้
คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คำวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องพิจารณา คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้แม้จำเลยจะเป็นหน่วยงานทางปกครองก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินมีโฉนด จำเลยขุดดินในที่ดินของโจทก์ไปถมใส่ที่ดินซึ่งอยู่ติดกันโดยอ้างว่าที่ดินของโจทก์เป็นลำรางสาธารณะ และต่อมาปี ๒๕๕๒ ก็ยังมีการขุดลอกที่ดินของโจทก์ ทำให้เนื้อที่ขาดหายไปจำนวน ๒ ไร่ ๓ งาน ๙๓ ตารางวา ขอให้บังคับจำเลย ถมที่ดินของโจทก์ให้มีเนื้อที่เท่าเดิม ย้ายเสาไฟฟ้า ประปา ออกไปจากที่ดินของโจทก์และส่งมอบที่ดินคืน ในสภาพเดิม
หากไม่ดำเนินการให้ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ส่วนจำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทที่จำเลยขุดลอกมีสภาพเป็นคลองเดิมอยู่แล้วไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี และประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันในการสัญจรและใช้น้ำเพื่อเกษตรอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะที่เป็นการใช้อำนาจ ตามกฎหมายและเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของโจทก์ในการใช้สิทธิทางศาล ก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองและคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ที่กล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิเป็นสำคัญ การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน
อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีระหว่าง นางบุณยวีร์ ปรีชาวัฒนพัฒน์หรือนางอิศราภรณ์ ปรีชา โจทก์ องค์การบริหารส่วนตำบลหอมศีล จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ลงชื่อ) ดิเรก อิงคนินันท์ (ลงชื่อ) จิรนิติ หะวานนท์ (นายดิเรก อิงคนินันท์) (นายจิรนิติ หะวานนท์) ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม (ลงชื่อ) หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล (ลงชื่อ) จรัญ หัตถกรรม (นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล) (นายจรัญ หัตถกรรม) ประธานศาลปกครองสูงสุด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง (ลงชื่อ) พลเรือโท ปรีชาญ จามเจริญ (ลงชื่อ) พลตรี พัฒนพงษ์ เกิดอุดม (ปรีชาญ จามเจริญ) (พัฒนพงษ์ เกิดอุดม) หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร (ลงชื่อ) จิระ บุญพจนสุนทร (นายจิระ บุญพจนสุนทร) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ()