Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 572/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินของโจทก์ทั้งเจ็ดและจำเลยเดิมเป็นที่ดินแปลงเดียวกันเจ้าของที่ดินเดิมได้แบ่งแยกออกเป็นแปลงโดยกันที่ดินด้านละ2เมตรทำถนนเป็นทางออกของที่ดินแต่ละแปลงออกสู่ถนนสาธารณะโจทก์ทั้งเจ็ดซื้อที่ดินของแต่ละคนและใช้ถนนรวมทั้งส่วนที่อยู่ในที่ดินของจำเลยเป็นทางออกสู่ถนนสาธารณะโดยสงบและโดยเปิดเผยเกินกว่า10ปีจึงได้ภารจำยอมในที่ดินของจำเลยส่วนที่เป็นถนนโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1401 ทางภารจำยอมมีความกว้าง4เมตรเศษภายหลังจากจำเลยสร้างรั้วแล้วเหลือความกว้างเพียง3.45เมตรย่อมทำให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดลงไปและเสื่อมความสะดวกสำหรับโจทก์ที่ใช้รถบรรทุกเข้าออกตามปกติจำเลยจึงไม่มีสิทธิสร้างรั้วพิพาทในแนวภารจำยอมนั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 7 และจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินตั้งอยู่ที่แขวงสวนหลวง เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร ซึ่งเดิมรวมอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 1871 มีนางลิ้มเป็นเจ้าของ ต่อมานางลิ้มได้แบ่งแยกที่ดินเป็นแปลงย่อยและทำถนนเพื่อเป็นทางเข้าออกของที่ดินแปลงย่อยออกสู่ถนนสาธารณะ ถนนมีความกว้าง 4 เมตร โจทก์ทั้งเจ็ดได้ซื้อและรับโอนที่ดินมาเกือบ 20 ปี โจทก์ทั้งเจ็ดและบริวารได้ใช้ทางนี้ออกสู่ถนนสาธารณและใช้เป็นทางสาธารณะรถยนต์ขนาดเล็กและขนาดใหญ่เข้าออกเป็นประจำตลอดมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปีแล้วไม่มีผู้ใดโต้แย้งขัดขวางการใช้ทาง ทางดังกล่าวจึงตกเป็นภารจำยอม ต่อมาจำเลยก่อสร้างต่อเติมอาคารเลขที่ 6/67 - 70บางส่วนรุกล้ำเข้ามาในทางภารจำยอมเป็นแนวคอนกรีตสูงประมาณ70 เซนติเมตร

กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวตลอดแนวของที่ดินโฉนดเลขที่ 149686 จากทางด้านทิศเหนือลงมาด้านทิศใต้ และชั้นสองของอาคารจำเลยสร้างกันสาดและลูกกรงเหล็กรุกล้ำเข้ามากว้าง 1 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดิน นอกจากนี้จำเลยยังก่อสร้างกำแพงคอนกรีตลงบนทางภารจำยอมเป็นเหตุให้ทางภารจำยอมมีความกว้างไม่ถึง 3 เมตร ทำให้รถยนต์แล่นผ่านเข้าออกไม่ได้สะดวก อันเป็นเหตุทำให้ประโยชน์แห่งการใช้ทางภารจำยอมของโจทก์ทั้งเจ็ดผู้เป็นเจ้าของสามยทรัพย์ต้องลดไปและเสื่อมความสะดวก ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ต่อเติมดัดแปลง ออกจากแนวภารจำยอมและทางเดินเท้าริมถนนอ่อนนุชให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ 149686ของจำเลยตกเป็นภารจำยอมของที่ดินโจทก์ทั้งเจ็ด

หากจำเลยไม่ไป ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยสร้างอาคารในที่ดินของจำเลยมิได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินที่โจทก์อ้าง ทางเข้าออกที่ นางลิ้ม เป็นผู้ทำเป็นที่ดินคนละแปลงกันกับที่ดินของจำเลย แม้ว่าโจทก์จะได้เดินผ่านที่ดินของจำเลยบ้าง ก็เพียงแต่ฝ่ายโจทก์อาศัยเดินผ่านเท่านั้น โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะอ้างว่าที่ดินของจำเลยเป็นภารจำยอมโดยอายุความ เมื่อจำเลยสร้างอาคารและกำแพงลงในที่ดินจำเลยได้เว้นที่ดินไว้ให้ฝ่ายโจทก์เพื่อให้ประโยชน์เป็นทางเข้าออกซึ่งรถยนต์ขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กสามารถเข้าออกได้โดยสะดวกไม่เป็นการรบกวนหรือทำให้ฝ่ายโจทก์เสื่อมความสะดวกในการใช้ทางเข้าออกในที่ดินของโจทก์แต่อย่างใด ที่โจทก์ฟ้องคดีก็เพื่อต้องการได้ทางเข้าออกกว้างขึ้นกว่าเดิมซึ่งเป็นการทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่จำเลย

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 149686 ของจำเลยวัดจากหมุดแนวเขตที่ดินด้านทิศตะวันตกเข้ามา 2 เมตร ตลอดแนวที่ดินตกเป็นภารจำยอมของที่ดินของโจทก์ทั้งเจ็ด โฉนดเลขที่ 59723, 42310, 83867, 42309, 1871, 42304 และ 42302ให้จำเลยจดทะเบียนภารจำยอมในที่ดินโฉนดดังกล่าวของจำเลยหากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาให้จำเลยรื้อถอนฐานแนวคอนกรีตและกำแพงคอนกรีตออกจากแนวภารจำยอมดังกล่าว หากจำเลยไม่ดำเนินการ ให้โจทก์จัดทำ โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ทั้งเจ็ดที่ว่า หากจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์รื้อถอนโดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งเจ็ดและจำเลยเดิมเป็นที่ดินแปลงเดียวของนางลิ้ม ปิ่นสุขนางลิ้มได้แบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลง และได้ทำถนนออกสู่ถนนอ่อนนุช ตามแผนที่สังเขปเอกสารหมาย จ.2 โจทก์ทั้งเจ็ดซื้อที่ดินของแต่ละคนและใช้ถนนดังกล่าวเป็นทางออกสู่ถนนอ่อนนุช มาเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยเพิ่งซื้อที่ดินดังกล่าวต่อจากผู้อื่นเมื่อเดือนสิงหาคม 2524 จำเลยได้ปลูกสร้างอาคารเมื่อปี 2530 และสร้างรั้วเมื่อปี 2531 ตามภาพถ่ายหมาย จ.3 นางลิ้มเจ้าของที่ดินเดิมได้แบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลง โดยกันที่ดินด้านละ 2 เมตร ทำถนนเป็นทางออกไปสู่ถนนอ่อนนุชก่อนที่โจทก์ทั้งเจ็ดซื้อและจากการเผชิญสืบของศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 3 เมษายน 2533ปรากฎว่ามีการรังวัดถนนต่อหน้าคู่ความ

ความกว้างระหว่างรั้วบ้านของโจทก์ที่ 3 กับโจทก์ที่ 4 ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามวัดได้ 4,20 เมตร ความกว้างระหว่างผนังอาคารของจำเลยกับรั้วของบ้านฝั่งตรงกันข้ามวัดได้ 4.30 เมตร ความกว้างตรงปากทางระหว่างรั่วคอนกรีตของจำเลยกับผนังตึกฝั่งตรงกันข้ามวัดได้ 3.45 เมตร และความกว้างระหว่างผนังอาคารของจำเลยกับคานรั้วคอนกรีตของจำเลยวัดได้ 60 เซนติเมตร มีหลักหินกึ่งกลางของถนนอยู่ในเขตที่ดินของจำเลย จึงฟังได้ว่าถนนตลอดแนวรวมทั้งส่วนที่อยู่ในที่ดินของจำเลยมีความกว้าง 4เมตรเศษ เมื่อโจทก์ทั้งเจ็ดใช้ถนนดังกล่าวเป็นทางออกไปสู่ถนนอ่อนนุชโดยสงบและโดยเปิดเผยเกินกว่า 10 ปี จึงได้ภารจำยอมในที่ดินของจำเลยส่วนที่เป็นถนนโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 แสดงว่าจำเลยสร้างรั้วคอนกรีตล้ำเข้าไปในทางภารจำยอม 60 เซนติเมตร

ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า หลังจากจำเลยสร้างรั้วแล้วโจทก์ยังสามารถใช้รถยนต์ผ่านไปได้ ไม่ทำให้เสื่อมความสะดวกแต่อย่างใดนั้น เห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1390 บัญญัติว่า "ท่านมิให้เจ้าของภารยทรัพย์ประกอบกรรมใด ๆ อันจะเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก" เมื่อถนนมีความกว้าง 4 เมตรเศษหลังจากจำเลยสร้างรั้วแล้วเหลือความกว้างเพียง 3.45 เมตร ย่อมทำให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดลงไปและเสื่อมความสะดวกสำหรับโจทก์ที่ใช้รถบรรทุกดังที่พยานโจทก์ได้เบิกความถึง จำเลยจึงไม่มีสิทธิสร้างรั้วพิพาทพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้