Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57163)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า สำหรับฎีกาข้อ 2.2 เป็นการโต้เถียงบิดเบือนข้อเท็จจริงอันจะนำไปสู่ ข้อกฎหมายเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.3และข้อ 2.4 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน จึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 278)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 240 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 250 จำคุก 1 เดือน ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 175)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 176)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไม่เกินห้าปี จำเลยที่ 1ฎีกาข้อ 2.1 ว่า เหตุที่รถยนต์ทั้งสองคันเกิดเหตุชนกัน เป็นเพราะเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่เกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1ซึ่งมีความหมายว่าจำเลยที่ 1 มิได้กระทำประมาท จึงเป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.2 และ 2.3 เป็นการฎีกาโต้เถียง ดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงเช่นกัน ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3460/2535พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาทโจทก์นายกุหลาบ พูลผล กับพวกจำเลยนายกุหลาบ พูลผล จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า สำหรับฎีกาข้อ 2.2 เป็นการโต้เถียงบิดเบือนข้อเท็จจริงอันจะนำไปสู่ ข้อกฎหมายเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.3และข้อ 2.4 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน จึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 278)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 240 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 250 จำคุก 1 เดือน ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 175)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 176)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไม่เกินห้าปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยที่ 1ฎีกาข้อ 2.1 ว่า เหตุที่รถยนต์ทั้งสองคันเกิดเหตุชนกัน เป็นเพราะเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่เกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1ซึ่งมีความหมายว่าจำเลยที่ 1 มิได้กระทำประมาท จึงเป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.2 และ 2.3 เป็นการฎีกาโต้เถียง ดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงเช่นกัน ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม · วิฑูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้