Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57117)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา หากมีการโอนทรัพย์ที่ ขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ในขณะนี้แล้ว โจทก์อาจนำทรัพย์ ไปโอนขายแก่บุคคลอื่น จักทำให้จำเลยทั้งสามได้รับความเสียหาย โปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นและเจ้าพนักงานบังคับคดีรอหรืองด การโอนทรัพย์ที่ขายทอดตลาดทั้ง 7 รายการไว้ก่อนโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (สำนวนที่ 3 อันดับ 86)คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสาม ชำระหนี้แก่โจทก์ 18,804,098.41 บาท แต่จำเลยทั้งสามผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยทั้งสามเพื่อบังคับชำระหนี้ วันที่ 9 สิงหาคม 2534เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยรวม 7 รายการ โจทก์เป็นผู้ให้ราคาสูงสุดทั้ง 7 รายการ รวมเป็นเงิน ทั้งสิ้น 21,762,000 บาท ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายได้จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาด รวม 7 รายการ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2534 การขายทอดตลาด ดังกล่าวมีโจทก์เข้าสู้ราคาเพียงรายเดียว ส่วนบุคคลอื่น เป็นบุคคลที่โจทก์จัดหามาเข้าสู้ราคาพอเป็นพิธีเท่านั้น ดังนั้นการขายทอดตลาดครั้งนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนั้นการขายทอดตลาดดังกล่าวก็มีการสมยอม เข้าสู้ราคาทำให้ขายได้ราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาดมาก จึงขอให้ มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ทั้ง 7 รายการศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา และทนายจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนที่ 3 อันดับ 79,78)ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสามขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง (สำนวนที่ 3 อันดับ 64)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุผลสมควรที่จะอนุญาตให้คุ้มครองประโยชน์ของจำเลยทั้งสามในระหว่างพิจารณา ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3172/2535ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดเหล่าถาวรบริการ กับพวกจำเลยนายสุรัส มุ่งศิลป์ ทนายจำเลยทั้งสามผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 264ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา หากมีการโอนทรัพย์ที่ ขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ในขณะนี้แล้ว โจทก์อาจนำทรัพย์ ไปโอนขายแก่บุคคลอื่น จักทำให้จำเลยทั้งสามได้รับความเสียหาย โปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นและเจ้าพนักงานบังคับคดีรอหรืองด การโอนทรัพย์ที่ขายทอดตลาดทั้ง 7 รายการไว้ก่อนโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (สำนวนที่ 3 อันดับ 86)คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสาม ชำระหนี้แก่โจทก์ 18,804,098.41 บาท แต่จำเลยทั้งสามผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยทั้งสามเพื่อบังคับชำระหนี้ วันที่ 9 สิงหาคม 2534เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยรวม 7 รายการ โจทก์เป็นผู้ให้ราคาสูงสุดทั้ง 7 รายการ

รวมเป็นเงิน ทั้งสิ้น 21,762,000 บาท ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายได้จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาด รวม 7 รายการ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2534 การขายทอดตลาด ดังกล่าวมีโจทก์เข้าสู้ราคาเพียงรายเดียว ส่วนบุคคลอื่น เป็นบุคคลที่โจทก์จัดหามาเข้าสู้ราคาพอเป็นพิธีเท่านั้น ดังนั้นการขายทอดตลาดครั้งนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนั้นการขายทอดตลาดดังกล่าวก็มีการสมยอม เข้าสู้ราคาทำให้ขายได้ราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาดมาก จึงขอให้ มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ทั้ง 7 รายการศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา และทนายจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนที่ 3 อันดับ 79,78)ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสามขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง (สำนวนที่ 3 อันดับ 64)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุผลสมควรที่จะอนุญาตให้คุ้มครองประโยชน์ของจำเลยทั้งสามในระหว่างพิจารณา ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · สมาน เวทวินิจ · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2562

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ต่อมาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีในส่วนที่ศาลชั้นต้นไม่รับคำใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4231/2558

เมื่อในคดีหลักที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้เด็กชาย ธ. เป็นบุตรของโจทก์กับจำเลยที่ 1 และให้โจทก์มีอำนาจปกครองถึงที่สุดแล้ว ฎีกาของโจทก์ที่ขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโดยขอให้มีสิทธิติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10361/2557

โจทก์ฟ้องขอหย่าขาดจากจำเลยที่ 1 และขอให้พิพากษาแบ่งสินสมรสแก่โจทก์กึ่งหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแบ่งสินสมรสที่ดินสวนยางพาราพิพาทเนื้อที่ 60 ไร่ และที่ดินสวนปาล์มน้ำมันพิพาทเนื้อที่ 15 ไร่ แก่โจทก์ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5307/2556

เมื่อที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองแล้ว อำนาจในการสั่งคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ย่อมเป็นของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่จะพิจารณาสั่ง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้คุ้มครอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3474/2551

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินสวนยางพาราของโจทก์ทั้งสอง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณา โดยใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้