Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5711/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับองค์การทอผ้าว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นข้อบังคับที่ใช้ในการคำนวณเงินบำเหน็จ กำหนดว่า อายุการทำงานหมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่พนักงานเข้าประจำทำงานในองค์การทอผ้าและได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจนถึงวันพ้นตำแหน่ง... มีความหมายชัดแจ้งว่า การนับอายุการทำงานเพื่อคำนวณเงินบำเหน็จ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเข้าประจำในองค์การทอผ้าโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ส่วนที่ข้อบังคับองค์การทอผ้าว่าด้วยการพนักงาน พ.ศ. 2523 ระบุว่า บุคคลที่องค์การจะจ้างหรือบรรจุเป็นพนักงานตามอัตรากำลังขององค์การต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์และตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 ที่กำหนดว่าพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์นั้น เป็นบทกำหนดคุณสมบัติของพนักงานของจำเลยเท่านั้น หาใช่วิธีการนับอายุการทำงานเพื่อคำนวณเงินบำเหน็จไม่ การนับอายุการทำงานของโจทก์เพื่อคำนวณเงินบำเหน็จต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์เข้าประจำทำงานในองค์การโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจนถึงวันพ้นตำแหน่ง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสิบสามสำนวนฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสิบสามเป็นลูกจ้างประจำรายวัน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2533 จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 12 ฐานหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่การงาน และเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2533 โจทก์ที่ 13 ลาออกจากงานโดยไม่มีความผิด แต่จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ทั้งสิบสามไม่ครบ และไม่จ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 12 ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จส่วนที่ยังขาดแก่โจทก์ทั้งสิบสาม และจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 12 พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสิบสามสำนวนให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จส่วนที่ยังขาดแก่โจทก์ทั้งสิบสาม และจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 12พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสิบสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับองค์การทอผ้าว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ

พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นข้อบังคับที่ใช้ในการคำนวณเงินบำเหน็จ ข้อ 3.5 กำหนดว่า อายุการทำงาน หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่พนักงานเข้าประจำทำงานในองค์การทอผ้า และได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจนถึงวันพ้นตำแหน่ง... มีความหมายชัดแจ้งว่าการนับอายุการทำงานเพื่อคำนวณเงินบำเหน็จ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่พนักงานเข้าประจำในองค์การทอผ้าโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาว่า โจทก์ที่ 1และโจทก์ที่ 3 เข้าทำงานกับจำเลยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2517 ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.1 และเอกสารหมาย ล.3 ตามลำดับ และโจทก์ที่ 8เข้าทำงานกับจำเลยตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2518 ปรากฏตามเอกสารหมายล.8 โดยโจทก์ที่ 1 ที่ 3 และที่ 8 ต่างได้รับค่าจ้างนับแต่เข้าทำงาน

จำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ 1 ที่ 3 และที่ 8 เมื่อวันที่ 1มิถุนายน 2533 โจทก์ที่ 1 และที่ 3 จึงมีอายุการทำงาน 15 ปี 8 เดือนโจทก์ที่ 8 มีอายุการทำงาน 15 ปี 2 เดือน ซึ่งเมื่อนับอายุการทำงานตามข้อบังคับของจำเลย โดยหากมีเศษเกินกว่า 6 เดือน ให้นับเป็น 1 ปีและหากมีเศษไม่ถึง 6 เดือน ให้ปัดทิ้งแล้ว โจทก์ที่ 1 และที่ 3มีอายุการทำงาน 16 ปี โจทก์ที่ 8 มีอายุการทำงาน 15 ปี ที่ข้อบังคับองค์การทอผ้าว่าด้วยการพนักงาน พ.ศ. 2523 ข้อ 4 ระบุว่า บุคคลที่องค์การจะจ้างหรือบรรจุเป็นพนักงานตามอัตรากำลังขององค์การต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์และตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 ที่กำหนดว่าพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์นั้น เป็นบทกำหนดคุณสมบัติของพนักงานของจำเลยเท่านั้น หาใช่วิธีการนับอายุการทำงานเพื่อคำนวณเงินบำเหน็จไม่ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ที่ 1ที่ 3 และที่ 8 มีอายุการทำงานตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2566

ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างประเภทสถาบันอุดมศึกเอกชนมีการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 มาตรา 23 กิจการของจำเลยจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8978/2561

ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 5 คำว่า "การนัดหยุดงาน" หมายความว่า การที่ลูกจ้างร่วมกันไม่ทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน แสดงว่าการนัดหยุดงานเป็นวิธีการของฝ่ายลูกจ้างที่ได้กระทำเพื่อบัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1306/2557

ข้อตกลงข้อที่ 5 ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ระบุว่าจำเลยมีนโนบายจ้างแรงงานจากบริษัทรับเหมาช่วงในอัตราไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนพนักงานจำเลยในหน่วยงานนั้น แต่ถ้ามีความจำเป็นจำเลยว่าจ้างเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินร้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2553 (เลขอ้างอิง 555007)

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 7 ลูกจ้างเพียงแต่ลงลายมือชื่อเพื่อรับทราบประกาศของโจทก์นายจ้างซึ่งห้ามมิให้พนักงานทั่วไปลาออกจากงานแล้วไปประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2553 (เลขอ้างอิง 501587)

ตามบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ระบุไว้แต่เพียงว่าให้จำเลยจัดหอพักให้แก่พนักงานที่อยู่ต่างจังหวัด มิได้ระบุไว้ว่าต้องจัดให้พักเฉพาะที่หอพักจุด 8 เท่านั้น แม้หอพักจุด 10 จะเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้