Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57022)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ทั้งสามฎีกา บัดนี้ จำเลยได้ถึงแก่กรรมนางจันทร์ บ้งแดง ผู้ร้อง ซึ่งเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย มีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยในคดีนี้ เพื่อดำเนินคดีต่อไปจนถึงที่สุด โปรดอนุญาตหมายเหตุ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ทนายโจทก์แถลงไม่ค้าน (อันดับ 87)คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนางกุมรีหรือกุมลี ตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 783,821และ 837 ตำบลนาพินอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานีแก่โจทก์ทั้งสามคนละ 1 ใน 4 ส่วน หากแบ่งไม่ได้ให้นำออกขายทอดตลาดนำเงินที่ได้แบ่งแก่โจทก์ทั้งสามตามส่วน ที่จะได้รับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยแบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ส.ส.3 ก.) เลขที่ 783และ 821 ตำบลนาพินอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานีแก่โจทก์ทั้งสามคนละ 1 ใน 4 ส่วนของที่ดินที่เหลือจากแบ่งให้นางคุ้ม โพธิ์พาตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีหมายเลขแดงที่ 105/2532 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสามฎีกา (อันดับ 75)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ จึงเป็นการฟ้องเกี่ยวกับอำนาจของจำเลยเฉพาะตัว ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทจะรับมรดกความแทนจำเลยที่มรณะไม่ได้ จึงให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2488/2535นางจำปี เครือจันทร์ กับพวกโจทก์นายสลี บ้งแดงฯจำเลยนางจันทร์ บ้งแดง ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 42ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกา บัดนี้ จำเลยได้ถึงแก่กรรมนางจันทร์ บ้งแดง ผู้ร้อง ซึ่งเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย มีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยในคดีนี้ เพื่อดำเนินคดีต่อไปจนถึงที่สุด โปรดอนุญาตหมายเหตุ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ทนายโจทก์แถลงไม่ค้าน (อันดับ 87)คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนางกุมรีหรือกุมลี ตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 783,821และ 837 ตำบลนาพินอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานีแก่โจทก์ทั้งสามคนละ 1 ใน 4 ส่วน หากแบ่งไม่ได้ให้นำออกขายทอดตลาดนำเงินที่ได้แบ่งแก่โจทก์ทั้งสามตามส่วน ที่จะได้รับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยแบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ส.ส.3 ก.)

เลขที่ 783และ 821 ตำบลนาพินอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานีแก่โจทก์ทั้งสามคนละ 1 ใน 4 ส่วนของที่ดินที่เหลือจากแบ่งให้นางคุ้ม โพธิ์พาตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีหมายเลขแดงที่ 105/2532 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งสามฎีกา (อันดับ 75)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ จึงเป็นการฟ้องเกี่ยวกับอำนาจของจำเลยเฉพาะตัว ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทจะรับมรดกความแทนจำเลยที่มรณะไม่ได้ จึงให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3902/2568

เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นมารดาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 (1) กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องอำนาจปกครองอีกต่อไป ส่วนเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น ทนายผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567

การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2566

คดีนี้โจทก์มีคำขอให้จำเลยชดใช้เงินที่ยักยอกไปจากผู้ร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 จำเลยถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา อันส่งผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) แต่เมื่อปรากฏว่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 689194)

เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 1 สิทธิในการนำคดีอาญาของจำเลยที่ 2 มาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) แต่สำหรับคดีส่วนแพ่งนั้น ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้