Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีแต่พยานบุคคลเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ว่าตอไม้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยปราศจากพยานหลักฐานเอกสารใด ๆ ที่จะยืนยันตามข้อกล่าวอ้าง ทั้งได้ความจากพยานโจทก์ว่าบริเวณตอไม้เป็นไร่นาไม่มีสภาพเป็นป่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลย ที่ดินที่จำเลยมีสิทธิครอบครองมีแนวเขตจดลำห้วยด้วย ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังไม่ชัดแจ้งว่าต้นตะเคียนทอง 2 ต้น อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่าไม้แปรรูปของกลางอาจเป็นไม้ที่แปรรูปจากต้นไม้ตะเคียนทองที่มิได้ตัดฟันจากป่าก็ได้ทั้งไม่ใช่เป็นสักหรือไม้ยาง จึงอาจไม่เป็นไม้หวงห้ามตามพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7 ซึ่งอาจได้รับการยกเว้นให้มีไว้ในครอบครองโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามมาตรา 50(4) ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 227 พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 7 พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 50

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 11, 48, 73, 74 จัตวา สั่งริบของกลาง และจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73 วรรคสอง, 74 ลงโทษจำคุก 9 ปี การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี ริบของกลางส่วนที่ขอให้จ่ายสินบนนำจับ ศาลมิได้ลงโทษปรับ จึงให้ยกคำขอส่วนนี้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สำหรับปัญหาที่ว่า ตอไม้ตะเคียนทองจำนวน2 ตอ ดังกล่าวอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยหรืออยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาตินั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานโจทก์มีแต่พยานบุคคลเบิกความลอย ๆไม่ปรากฏพยานหลักฐานเอกสารใด ๆ มายืนยันให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าตอไม้ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ข้อนี้ โจทก์มีนายธนู สุขฉายา นายอำเภอน้ำโสม นายประเสริฐ ลี้ตระกูลป่าไม้อำเภอน้ำโสม นายมานพ ฐิติชัยรัตน์ ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งที่ดินอำเภอน้ำโสม และนายฉลาด ผลสุข กำนันตำบลน้ำโสม เป็นพยานโดยเบิกความในทำนองเดียวกันว่า ตอไม้ตะเคียนทองจำนวน 2 ตอ อยู่นอกเขตที่ดินของจำเลยและอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฝ่ายจำเลยนำสืบยืนยันว่า ตอไม้ตะเคียนทองดังกล่าวอยู่ในเขตที่ดินของจำเลย ซึ่งจำเลยทำไร่ข้าวโพดมานานแล้ว และจำเลยได้ขออนุญาตตัดฟันต่อทางราชการแล้ว ปรากฏรายละเอียดตามเอกสารหมาย

ล.1 ถึงล.5 ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นอกจากโจทก์มีแต่พยานบุคคลเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ว่า ตอไม้ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยปราศจากพยานหลักฐานเอกสารใด ๆ ที่จะยืนยันให้เห็นโดยชัดแจ้งตามข้อกล่าวอ้างแล้วนายฉลาดพยานโจทก์ยังได้ตอบโจทก์ถามติงว่าที่ดินซึ่งมีตอไม้ทั้ง 2 ตออยู่เป็นไร่ข้าวโพดของจำเลยทำอยู่จำเลยทำไร่บริเวณนั้นมานานแล้ว ตั้งแต่พยานเกิดมาก็เห็นแล้วส่วนนายประเสริฐพยานโจทก์ก็ได้ตอบทนายจำเลยถามค้านว่าบริเวณตอไม้เป็นพื้นที่ซึ่งได้ถากถางสำหรับทำไร่ทำนา ไม่มีสภาพเป็นป่านอกจากนั้นนายมานพพยานโจทก์อีกปากหนึ่งก็ตอบทนายจำเลยถามค้านว่าสภาพบริเวณที่พบตอไม้ไม่มีสภาพเป็นป่า แต่เป็นที่ดินซึ่งถากถางแล้วตอไม้อยู่ริมฝั่งลำห้วยด้านที่ดินของจำเลย

ศาลฎีกาได้ตรวจพิเคราะห์หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ของจำเลย เอกสารหมาย ล.3ปรากฏว่า ที่ดินที่จำเลยมีสิทธิครอบครองมีแนวเขตด้านทิศตะวันออกจดลำห้วยด้วย ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังฟังไม่ได้ชัดแจ้งว่าต้นไม้ตะเคียนทอง 2 ต้น ที่โต้เถียงกันอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่า ไม้แปรรูปของกลางอาจเป็นไม้ที่แปรรูปจากต้นไม้ตะเคียนทองที่มิได้ตัดฟันจากป่าก็ได้ ทั้งไม่ใช่เป็นไม้สักหรือไม้ยาง จึงอาจไม่เป็นไม้หวงห้ามตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งอาจได้รับการยกเว้นให้มีไว้ในครอบครองโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 50(4) ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6611/2552

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่ในที่ใดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้ชนิดอื่นในป่าจะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้