Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56942)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา โดยยื่นคำร้องขอดำเนินคดี อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2535 ว่า พิเคราะห์พยานหลักฐาน ของจำเลยแล้ว เห็นว่าตามทางไต่สวนของจำเลย แม้จะได้ความว่าจำเลยเป็นคนยากจนไม่มีเงินเสียค่าธรรมเนียมศาล ในการฟ้องฎีกาก็ตาม แต่ก็ไม่ปรากฏจากทางไต่สวนของจำเลยว่า ฎีกาของจำเลยมีเหตุผลสมควรที่จะฎีกาได้ จึงให้ยกคำร้อง ของ จำเลย ค่าคำร้องให้เป็นพับ หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้ชำระเงินค่าธรรมเนียมมาวางภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้จำเลยเห็นว่า ถึงแม้ว่าฎีกาของจำเลยจะเป็นฎีกา ที่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ก็ตาม แต่จำเลยก็ได้เสนอให้ผู้พิพากษา ที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกา ในข้อเท็จจริงแล้ว และผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดี ในศาลชั้นต้นก็ได้รับรองว่า ฎีกาของจำเลยมีเหตุอันควรฎีกา ในข้อเท็จจริงได้ จึงรับรองให้ฎีกาซึ่งปรากฏอยู่ในคำร้อง ฉบับลงวันที่ 3 มีนาคม 2535 ในสำนวนแล้ว ฉะนั้นจำเลย จึงไม่จำต้องนำสืบแสดงให้เห็นว่าฎีกาของจำเลยมีเหตุผลอันสมควร ที่จะฎีกาได้เพราะศาลสามารถตรวจพิเคราะห์ได้จากคำบรรยายฎีกา ของจำเลยและในสำนวน โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลย ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 163)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากบ้าน และที่ดินตามฟ้องกับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 13,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ เดือนละ 400 บาท นับถัดจากเดือนที่ฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 39,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับถัดจากเดือนที่ฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวาร จะออกจากที่ดินและบ้านพิพาทจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง พร้อมกับยื่นคำร้อง ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 141,138,139 และ 154)จำเลยจึงยื่นอุทธรณ์คำสั่ง (คำร้อง) นี้ (อันดับ 157)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีมีเหตุผลสมควรที่จะฎีกาอนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาได้ ให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2148/2535นายสมจิต จิรเสวกโจทก์นางสุวพรรณ เชี่ยวชาญ หรือนางเส่งหยิ่น มาริษวงศ์จำเลยนางสุวพรรณ เชี่ยวชาญ ฯ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยยื่นคำร้องขอดำเนินคดี อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2535 ว่า พิเคราะห์พยานหลักฐาน ของจำเลยแล้ว เห็นว่าตามทางไต่สวนของจำเลย แม้จะได้ความว่าจำเลยเป็นคนยากจนไม่มีเงินเสียค่าธรรมเนียมศาล ในการฟ้องฎีกาก็ตาม แต่ก็ไม่ปรากฏจากทางไต่สวนของจำเลยว่า ฎีกาของจำเลยมีเหตุผลสมควรที่จะฎีกาได้ จึงให้ยกคำร้อง ของ จำเลย ค่าคำร้องให้เป็นพับ หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้ชำระเงินค่าธรรมเนียมมาวางภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้จำเลยเห็นว่า ถึงแม้ว่าฎีกาของจำเลยจะเป็นฎีกา ที่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ก็ตาม แต่จำเลยก็ได้เสนอให้ผู้พิพากษา ที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกา ในข้อเท็จจริงแล้ว และผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดี ในศาลชั้นต้นก็ได้รับรองว่า

ฎีกาของจำเลยมีเหตุอันควรฎีกา ในข้อเท็จจริงได้ จึงรับรองให้ฎีกาซึ่งปรากฏอยู่ในคำร้อง ฉบับลงวันที่ 3 มีนาคม 2535 ในสำนวนแล้ว ฉะนั้นจำเลย จึงไม่จำต้องนำสืบแสดงให้เห็นว่าฎีกาของจำเลยมีเหตุผลอันสมควร ที่จะฎีกาได้เพราะศาลสามารถตรวจพิเคราะห์ได้จากคำบรรยายฎีกา ของจำเลยและในสำนวน โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลย ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 163)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากบ้าน และที่ดินตามฟ้องกับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 13,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ เดือนละ 400 บาท นับถัดจากเดือนที่ฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 39,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับถัดจากเดือนที่ฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวาร จะออกจากที่ดินและบ้านพิพาทจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง พร้อมกับยื่นคำร้อง ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 141,138,139 และ 154)จำเลยจึงยื่นอุทธรณ์คำสั่ง (คำร้อง) นี้ (อันดับ 157)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีมีเหตุผลสมควรที่จะฎีกาอนุญาตให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาได้ ให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เริงธรรม ลัดพลี · วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56960)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วสั่งว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นคนยากจนอยู่บ้าง แต่คดีไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกาเพราะฎีกาจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้