Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56918)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 203)คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินของจำเลยภายในเส้นสีแดงตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยไปจดทะเบียนเป็นทางภารจำยอมกับให้จำเลย รื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามบนทางภารจำยอมออกไปถ้าไม่ปฏิบัติ ให้โจทก์ดำเนินการรื้อถอนเองโดยจำเลยออกค่าใช้จ่าย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ที่ดินของจำเลยภายในเส้นสีแดง กว้าง 2.40 เมตร ยาว 10 เมตร ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง เป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยรื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามบนทาง ภารจำยอมออกไป ถ้าไม่ปฏิบัติให้โจทก์ดำเนินการรื้อถอนเอง โดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอ ในส่วนที่ให้โจทก์รื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามเองโดยให้จำเลย เสียค่าใช้จ่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ต่อมาโจทก์ร้องว่า จำเลยได้รื้อถอนเสาและรั้วลวดหนามที่อยู่ในเขตทางภารจำยอมบางส่วน แต่ยังไม่ยอมรื้อถอนเสาและรั้วที่ปักกั้นไว้ในทางภารจำยอมทางด้านทิศเหนือที่ติดต่อกับ เขตที่ดินของโจทก์ ขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี จำเลยยื่นคำร้องว่าเสาและรั้วลวดหนามที่เหลืออยู่นั้นไม่ได้อยู่บนทางภารจำยอม จำเลยได้รื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามบนทางภารจำยอมเรียบร้อยแล้ว คงเหลือแต่การจดทะเบียนที่ดินของจำเลยให้ตกเป็นภารจำยอม แต่โจทก์คัดค้านว่าการแบ่งแยกไม่ถูกต้อง ทำให้การจดทะเบียน ภารจำยอมต้องหยุดชะงัก ให้สั่งระงับการบังคับคดี และให้ โจทก์ถอนการคัดค้านศาลชั้นต้นนัดพร้อม ระหว่างนั้นโจทก์ ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีรื้อถอนเสาและรั้วลวดหนามออกไป วันนัดพร้อมศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา พิพากษาว่า ที่ดินตามแผนที่สังเขปท้ายคำฟ้องเป็นภารจำยอม จึงต้องถือตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นหลัก เสาปูนและ รั้วลวดหนามที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีรื้อถอนจึงอยู่ ในเขตทางภารจำยอมศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 196,199)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่าง ฎีกา โดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยจะต้องไม่ปิดทางพิพาทในระหว่างฎีกา หากจำเลยปฏิบัติผิดเงื่อนไขเมื่อใด ก็อนุญาต ให้ทุเลา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2069/2535นายไพศาล อัตนวานิช กับพวกโจทก์นายเสริมศักดิ์ ศรีไพบูลย์จำเลยนายเสริมศักดิ์ ศรีไพบูลย์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 203)คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินของจำเลยภายในเส้นสีแดงตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยไปจดทะเบียนเป็นทางภารจำยอมกับให้จำเลย รื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามบนทางภารจำยอมออกไปถ้าไม่ปฏิบัติ ให้โจทก์ดำเนินการรื้อถอนเองโดยจำเลยออกค่าใช้จ่าย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ที่ดินของจำเลยภายในเส้นสีแดง กว้าง 2.40 เมตร ยาว 10 เมตร ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง เป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยรื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามบนทาง ภารจำยอมออกไป ถ้าไม่ปฏิบัติให้โจทก์ดำเนินการรื้อถอนเอง โดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอ ในส่วนที่ให้โจทก์รื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามเองโดยให้จำเลย

เสียค่าใช้จ่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ต่อมาโจทก์ร้องว่า จำเลยได้รื้อถอนเสาและรั้วลวดหนามที่อยู่ในเขตทางภารจำยอมบางส่วน แต่ยังไม่ยอมรื้อถอนเสาและรั้วที่ปักกั้นไว้ในทางภารจำยอมทางด้านทิศเหนือที่ติดต่อกับ เขตที่ดินของโจทก์ ขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี จำเลยยื่นคำร้องว่าเสาและรั้วลวดหนามที่เหลืออยู่นั้นไม่ได้อยู่บนทางภารจำยอม จำเลยได้รื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามบนทางภารจำยอมเรียบร้อยแล้ว คงเหลือแต่การจดทะเบียนที่ดินของจำเลยให้ตกเป็นภารจำยอม แต่โจทก์คัดค้านว่าการแบ่งแยกไม่ถูกต้อง ทำให้การจดทะเบียน ภารจำยอมต้องหยุดชะงัก ให้สั่งระงับการบังคับคดี และให้ โจทก์ถอนการคัดค้านศาลชั้นต้นนัดพร้อม ระหว่างนั้นโจทก์ ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีรื้อถอนเสาและรั้วลวดหนามออกไป วันนัดพร้อมศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา

ผลคำพิพากษา

พิพากษาว่า ที่ดินตามแผนที่สังเขปท้ายคำฟ้องเป็นภารจำยอม จึงต้องถือตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นหลัก เสาปูนและ รั้วลวดหนามที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีรื้อถอนจึงอยู่ ในเขตทางภารจำยอมศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 196,199)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่าง ฎีกา โดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยจะต้องไม่ปิดทางพิพาทในระหว่างฎีกา หากจำเลยปฏิบัติผิดเงื่อนไขเมื่อใด ก็อนุญาต ให้ทุเลา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้