Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56857)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา เมื่อพ้นกำหนดยื่นฎีกาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องตามคำสั่งของ ศาลฎีกาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องทนายจำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีตามทางไต่สวนฟังได้ว่าทนายจำเลยที่ 1 ป่วยเจ็บหนักไม่สามารถยื่นฎีกาได้ทันตามกำหนด อันเป็นเหตุสุดวิสัย โปรดอนุญาตให้ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาและ รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาตามรูปคดีด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องของโจทก์และยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน337,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนถังเก็บน้ำสูงที่สร้างไว้ออกไปจากโรงงานโจทก์ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา และทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา ยื่นฎีกาอ้างเหตุสุดวิสัย ศาลชั้นต้นสั่งในฎีกาว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม2533 จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดแล้ว จึงไม่รับฎีกาและสั่งในคำร้องว่า พิเคราะห์แล้ว การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา ฎีกาจะต้องยื่นภายในกำหนดระยะเวลาฎีกา แต่จำเลยยื่นคำร้องนี้ ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้ว จึงให้ยกคำร้อง (อันดับ 74,73) ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ขยาย ระยะเวลาฎีกาและไม่รับฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกา (อันดับ 76,81) ศาลฎีกามีคำสั่ง ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้อง ของ จำเลยแล้วมีคำสั่งไปตามรูปคดี (อันดับ 91)ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า ทนายจำเลยมีอาการป่วยหนัก เหตุใดจึงไม่นำตัวทนายจำเลยส่งโรงพยาบาล แต่ได้นำส่ง คลีนิค ข้ออ้างจึงไม่สมเหตุผล ไม่น่าเชื่อเมื่อทนายจำเลย ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาภายหลังที่พ้นกำหนดเวลาฎีกาแล้ว แต่ข้ออ้างที่ยื่นภายหลังมิใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้องทนายจำเลยที่ 1 จึงยื่นอุทธรณ์(คำร้อง) นี้ (อันดับ 114)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 อาจยื่นฎีกาได้ภายในวันที่ 23 สิงหาคม 2533 แต่จำเลยที่ 1 อ้างว่าได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2533 เห็นว่า แม้จะได้ความตามข้อที่จำเลยอ้าง แต่ก่อนที่ทนายจำเลยที่ 1 ป่วย หากจำเลยที่ 1 คาดว่าไม่อาจยื่นฎีกาได้ทัน ก็ชอบที่จะร้องขอขยายเวลาฎีกา ได้ก่อนแล้ว แต่จำเลยที่ 1 กลับเพิกเฉยหาได้ดำเนินการก่อนนี้ไม่ จนล่วงเลยเวลาไปถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2533 ซึ่งเหลือเวลาที่จะ ยื่นฎีกาได้อีกเพียงวันเดียวกรณีของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็น พฤติการณ์พิเศษ และมิใช่เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 23 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1909/2535บริษัทไทยวิคตอรี่ฟูดส์ จำกัดโจทก์บริษัทเอเบิลวิศวกรรม จำกัด กับพวกจำเลยนายก้อง สุระชีวกฤติ ทนายจำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 23, ม. 229, ม. 247, ม. 252ความว่า ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา เมื่อพ้นกำหนดยื่นฎีกาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องตามคำสั่งของ ศาลฎีกาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องทนายจำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีตามทางไต่สวนฟังได้ว่าทนายจำเลยที่ 1 ป่วยเจ็บหนักไม่สามารถยื่นฎีกาได้ทันตามกำหนด อันเป็นเหตุสุดวิสัย โปรดอนุญาตให้ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาและ รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาตามรูปคดีด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องของโจทก์และยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน337,500 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนถังเก็บน้ำสูงที่สร้างไว้ออกไปจากโรงงานโจทก์ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา และทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา ยื่นฎีกาอ้างเหตุสุดวิสัย ศาลชั้นต้นสั่งในฎีกาว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม2533 จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดแล้ว จึงไม่รับฎีกาและสั่งในคำร้องว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา ฎีกาจะต้องยื่นภายในกำหนดระยะเวลาฎีกา แต่จำเลยยื่นคำร้องนี้ ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้ว จึงให้ยกคำร้อง (อันดับ 74,73) ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ขยาย ระยะเวลาฎีกาและไม่รับฎีกาต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกา (อันดับ 76,81) ศาลฎีกามีคำสั่ง ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้อง ของ จำเลยแล้วมีคำสั่งไปตามรูปคดี (อันดับ 91)ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า ทนายจำเลยมีอาการป่วยหนัก เหตุใดจึงไม่นำตัวทนายจำเลยส่งโรงพยาบาล แต่ได้นำส่ง คลีนิค ข้ออ้างจึงไม่สมเหตุผล ไม่น่าเชื่อเมื่อทนายจำเลย ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาภายหลังที่พ้นกำหนดเวลาฎีกาแล้ว แต่ข้ออ้างที่ยื่นภายหลังมิใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้องทนายจำเลยที่ 1 จึงยื่นอุทธรณ์(คำร้อง)

นี้ (อันดับ 114)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 อาจยื่นฎีกาได้ภายในวันที่ 23 สิงหาคม 2533 แต่จำเลยที่ 1 อ้างว่าได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2533 เห็นว่า แม้จะได้ความตามข้อที่จำเลยอ้าง แต่ก่อนที่ทนายจำเลยที่ 1 ป่วย หากจำเลยที่ 1 คาดว่าไม่อาจยื่นฎีกาได้ทัน ก็ชอบที่จะร้องขอขยายเวลาฎีกา ได้ก่อนแล้ว แต่จำเลยที่ 1 กลับเพิกเฉยหาได้ดำเนินการก่อนนี้ไม่ จนล่วงเลยเวลาไปถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2533 ซึ่งเหลือเวลาที่จะ ยื่นฎีกาได้อีกเพียงวันเดียวกรณีของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็น พฤติการณ์พิเศษ และมิใช่เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 23 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ สุขสุมิตร · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · มงคล สระฏัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2549

แม้ท้ายคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยจะมีหมายเหตุข้อความว่า ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว แต่การที่ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยในวันเดียวกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5187/2548

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวพร้อมกับมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมที่ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาของจำเลยที่ 1 และไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2548

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5629/2548

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เฉพาะจำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์แต่ทำคำแก้อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย ดังนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5004/2540

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความมาตรา 229 ประกอบด้วย มาตรา 247 คู่ความจะต้องยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นซึ่งมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง แต่ถ้าไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นได้โดยเหตุสุดวิส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้