Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56828)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์โจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 84)โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 63,360 บาทค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 10,560 บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน 633,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หรือให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งที่ 698/2533 แล้วให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมและในอัตราค่าจ้างเท่าเดิม ให้นับอายุการทำงานต่อเนื่องตลอดมา และให้จำเลยชดใช้ค่าจ้างให้กับโจทก์นับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันที่รับโจทก์กลับเข้าทำงานพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์(อันดับ 82)โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ตัดเงินหน้าตั๋วและตัดรายได้ของสถานีรถกลางดงเพื่อซ่อมแซมห้องน้ำของสถานีก่อนที่จะซ่อมแซมห้องน้ำเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงจำเลยอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการกระทำโดยประมาทเลินเล่อเท่านั้น ไม่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงอุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนข้อที่โจทก์ อุทธรณ์ว่า จำเลยสอบสวนโจทก์ไม่เสร็จภายใน 30 วัน เป็นการ สอบสวนโดยมิชอบ ถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้สอบสวนจำเลยจึงไม่มีสิทธิเลิกจ้างโจทก์นั้น ปัญหาข้อนี้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง จึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ป.วิ.พ. มาตรา 225 ป.วิ.พ. มาตรา 249

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1583/2535นายฮิม เกมสะอิโจทก์บริษัทขนส่ง จำกัดจำเลยนายอุทัย เสน่หา ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 54 ป.วิ.พ. ม. 225, ม. 249ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์โจทก์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 84)โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 63,360 บาทค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 10,560 บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน 633,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หรือให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งที่ 698/2533 แล้วให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมและในอัตราค่าจ้างเท่าเดิม ให้นับอายุการทำงานต่อเนื่องตลอดมา และให้จำเลยชดใช้ค่าจ้างให้กับโจทก์นับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันที่รับโจทก์กลับเข้าทำงานพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์(อันดับ 82)โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ตัดเงินหน้าตั๋วและตัดรายได้ของสถานีรถกลางดงเพื่อซ่อมแซมห้องน้ำของสถานีก่อนที่จะซ่อมแซมห้องน้ำเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงจำเลยอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการกระทำโดยประมาทเลินเล่อเท่านั้น ไม่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงอุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนข้อที่โจทก์ อุทธรณ์ว่า จำเลยสอบสวนโจทก์ไม่เสร็จภายใน 30 วัน เป็นการ สอบสวนโดยมิชอบ ถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้สอบสวนจำเลยจึงไม่มีสิทธิเลิกจ้างโจทก์นั้น ปัญหาข้อนี้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง จึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพัฒน์ อุชุภาพ · อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4048/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยได้รับหนังสือลาออกจากโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อ ร. กรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลย ซึ่งหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2548

จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องตามที่ปรากฏในสำนวน แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงกำหนดค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนในการทำงานของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2546

การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคารจำเลยทำรายการซื้อตั๋วแลกเงินแทนลูกค้า จากนั้นเก็บตั๋วแลกเงินที่ขายให้ลูกค้าไว้แล้วออกสมุดเงินฝากให้แก่ลูกค้าโดยที่ลูกค้ามิได้ฝากเงินไว้กับจำเลย เป็นการฝ่าฝืนต่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2543 (เลขอ้างอิง 27600)

โจทก์อุทธรณ์ว่า การกู้ยืมเงินเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์การที่จำเลยออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่า ห้ามพนักงานปล่อยเงินกู้ โดยถือเป็นความผิดในกรณีร้ายแรง เป็นการออกระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้