Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56825)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ปฏิบัติตนไม่สมควร แก่หน้าที่ไม่เคยขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของผู้บังคับบัญชา จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางรับฟังพยานขัดกับข้อเท็จจริง ในสำนวน ต้องฟังว่า โจทก์ปฏิบัติงานไม่สมกับหน้าที่ และ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง ถือเป็นปัญหาข้อเท็จจริงการจะใช้อำนาจตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 หรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง การอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางไม่ควรใช้อำนาจดังกล่าว เป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายจำนวน15,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จ่ายเงินโบนัสตามสัดส่วนของระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นเงิน 1,875 เหรียญสหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจจำนวน 2 ที่นั่ง จากกรุงเทพฯ ไปซอลเบิร์กตามที่จ่ายจริงไม่เกินวงเงิน 61,800 บาท จ่ายเงินค่าขนย้ายของ จำนวน 2,000 เหรียญสหรัฐ โดยให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวเมื่อโจทก์ได้มอบต้นฉบับใบเสร็จรับเงินหรืออินวอยส์ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่จำเลยแล้ว คำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยจำเลยยื่นอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงอุทธรณ์ข้อ 2.2 และ 2.3 เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายถือว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 เป็นข้อกฎหมายที่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาล เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแห่งคดีจึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น ทั้งยังเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแห่งคดีและได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปศาลฎีกามีคำสั่งว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ปฏิบัติตนสมควรแก่หน้าที่ ไม่เคยขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของผู้บังคับบัญชา จำเลยอุทธรณ์ในข้อ 2.1 ว่าศาลแรงงานกลางรับฟังพยานขัดกับข้อเท็จจริงในสำนวน ต้องฟังว่าโจทก์ปฏิบัติงานไม่สมกับหน้าที่ และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา จึงเป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางอุทธรณ์ในข้อ 2.2, 2.3 ของจำเลย ก็ล้วนแต่เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายส่วนอุทธรณ์ในข้อ 3. ที่กล่าวว่า ศาลแรงงานกลางต้องสั่งรับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 4 ที่ขอสืบ นายโรเจอร์ บลัทเลอร์ เป็นพยานของจำเลยโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. 2522 มาตรา 45 นั้น ในข้อนี้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าไม่เห็นควรใช้อำนาจตามมาตรา 45 เรียกนายโรเจอร์ บลัทเลอร์ นำสืบ จึงเป็นดุลพินิจของศาลแรงงานกลางที่ไม่อนุญาตให้สืบนายโรเจอร์ บลัทเลอร์ อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เช่นเดียวกันกับข้อที่อุทธรณ์ต่อไปว่า ศาลแรงงานกลางตัดพยานจำเลยโดยอ้างเหตุประวิงคดีเป็นการไม่ชอบอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อจึงต้องห้ามอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ สุขสุมิตร · ปรีชา ธนานันท์ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2563

ฎีกาของจำเลยมีลักษณะเป็นการโต้แย้งว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว เป็นอุทธรณ์ที่มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้