คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1576/2535นายดีเตอร์ จี. คูเอเปอร์สโจทก์บริษัทภูริมาศ (1988) จำกัดจำเลยบริษัทภูริมาศ (1988) จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงอุทธรณ์ข้อ 2.2และ 2.3 เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายถือว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 เป็นข้อกฎหมายที่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาล เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแห่งคดี จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นทั้งยังเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแห่งคดีและได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59)
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายจำนวน15,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จ่ายเงินโบนัสตามสัดส่วนของระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นเงิน 1,875 เหรียญสหรัฐพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจ จำนวน 2 ที่นั่ง จากกรุงเทพไปซอลเบิร์กตามที่จ่ายจริงไม่เกินวงเงิน 61,800 บาท จ่ายเงินค่าขนย้ายของจำนวน 2,000 เหรียญสหรัฐ โดยให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว เมื่อโจทก์ได้มอบต้นฉบับใบเสร็จรับเงินหรืออินวอยส์ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่จำเลยแล้วคำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยจำเลยอุทธรณ์
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 56)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 59)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ปฏิบัติตนสมควรแก่หน้าที่ไม่เคยขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของผู้บังคับบัญชา
จำเลยอุทธรณ์ในข้อ 2.1 ว่าศาลแรงงานกลางรับฟังพยานขัดกับข้อเท็จจริงในสำนวน ต้องฟังว่า โจทก์ปฏิบัติงานไม่สมกับหน้าที่ และไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ของผู้บังคับบัญชา จึงเป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางอุทธรณ์ในข้อ 2.2,2.3 ของจำเลยก็ล้วนแต่เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายส่วนอุทธรณ์ในข้อ 3 ที่กล่าวว่า ศาลแรงงานกลางต้องสั่งรับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 4 ที่ขอสืบนายโรเจอร์บลัทเลอร์ เป็นพยานของจำเลย โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 45 นั้น ในข้อนี้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าไม่เห็นควรใช้อำนาจตาม มาตรา 45 เรียก
นายโรเจอร์บลัทเลอร์มาสืบจึงเป็นดุลพินิจของศาลแรงงานกลางที่ไม่อนุญาตให้สืบนายโรเจอร์บลัทเลอร์อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เช่นเดียวกันกับข้อที่อุทธรณ์ต่อไปว่าศาลแรงงานกลางตัดพยานจำเลยโดยอ้างเหตุประวิงคดีเป็นการไม่ชอบอุทธรณ์ ของจำเลยทุกข้อ จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง