Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56818)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานกลางฟังว่า การกระทำของโจทก์ที่ 2 เป็นการไม่ยึดถือระเบียบข้อบังคับคำสั่งแบบแผนและวิธีปฏิบัติขององค์กร จำเลยถือว่าโจทก์ที่ 2 จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนและวิธีปฏิบัติ โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์ว่าตามข้อเท็จจริงที่ ศาลแรงงานกลางฟังมานั้น ไม่เป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ แบบแผน ข้อบังคับ คำสั่ง และวิธีปฏิบัติเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าการกระทำของโจทก์ที่ 2เป็นการกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับของจำเลย โจทก์ที่ 2อุทธรณ์ว่าตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมานั้นการกระทำของโจทก์ที่ 2 มิใช่การกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับของจำเลย เป็นการโต้เถียงปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของโจทก์ที่ 2 ตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมานั้นไม่ใช่การกระทำผิดตามข้อบังคับของจำเลย หาใช่เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 3ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพเขตการเดินรถที่ 11 ที่ 213/2534 เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ 1 และที่ 3 ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 29,569.83 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 15,528.80 บาท และให้จำเลยจ่ายเงินช่วยเหลือบุตรแก่โจทก์ทั้งสามคนละ200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระแก่โจทก์แต่ละคนเสร็จ คำขออื่นให้ยกโจทก์ที่ 2 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 2.1 มิได้โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังว่า การที่โจทก์ที่ 2 ชักชวนให้พนักงานอื่นไปนำเที่ยว

ทำให้จำเลยและประชาชนผู้ใช้บริการเสียหาย แม้เป็นข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.2 เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับอุทธรณ์ข้อ 2.3 เป็นผลจากอุทธรณ์ข้อ 2.2 และข้อ 2.3 จึงเป็นส่วนหนึ่งของอุทธรณ์ข้อ 2.1 และ 2.2ไม่รับอุทธรณ์โจทก์ที่ 2โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาว่า อุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นข้อกฎหมายอันเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.2 เป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย สำหรับอุทธรณ์ข้อ 2.3 เป็นอุทธรณ์ที่เป็นผลจากอุทธรณ์ข้อ 2.1 และข้อ 2.2 จึงเป็นอุทธรณ์ข้อกฎหมายด้วย ขอศาลฎีกามีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปศาลฎีกามีคำสั่งว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว สำหรับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ข้อ 2.1 นั้น ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ 2 ชักชวนพนักงานอื่นทั้งที่มีเวรหยุดและวันทำงานตรงกับวันเกิดเหตุไปเที่ยว เป็นเหตุให้รถยนต์โดยสารของจำเลยไม่สามารถออกแล่นรับส่งผู้โดยสารประมาณ 10 คัน โจทก์ที่ 2 ย่อมเล็งเห็นได้ว่าจำเลยต้องขาดรายได้และก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและประชาชน แล้ววินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์ที่ 2 เป็นการไม่ยึดถือระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผน และวิธีปฏิบัติขององค์การจำเลยถือได้ว่าโจทก์ที่ 2 จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนและวิธีปฏิบัติ โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์ว่า การกระทำของโจทก์ที่ 2 ตามที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงมานั้น

ไม่เป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผน ข้อบังคับ คำสั่ง และวิธีปฏิบัติเพราะตามข้อบังคับของจำเลยฉบับที่ 46 ไม่มีข้อความใดห้ามพนักงานจัดนำเที่ยวหรือชักชวนพนักงานอื่นไปเที่ยว เห็นได้ว่าอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ข้อนี้ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า การกระทำของโจทก์ที่ 2 เป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผน และวิธีปฏิบัติหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทในคดีนี้ตามที่ศาลแรงงานกลางได้กำหนดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 4 ตุลาคม 2534 ดังนั้น อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ข้อนี้ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้จึงไม่ชอบสำหรับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ข้อ 2.2 นั้น

โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์ว่า การกระทำของโจทก์ที่ 2 มิใช่เป็นการกระทำผิดวินัยตามข้อ 8 หรือข้อ 9 และมิได้มีข้ออ้างหรือมีพฤติการณ์ตามข้อ 39.1, 39.2 หรือ 39.3 แห่งข้อบังคับของจำเลย ฉะนั้น การที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์ที่ 2 จึงไม่ชอบเพราะขัดต่อข้อบังคับข้อ 39 เห็นได้ว่าอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ข้อนี้เป็นการโต้เถียงปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของโจทก์ที่ 2 ตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมานั้น อยู่ในข่ายที่จำเลยจะสั่งพักงานโจทก์ที่ 2 ได้หรือไม่ หาใช่เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายไม่ ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ข้อนี้จึงไม่ชอบส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ข้อ 2.3 เป็นผลจากอุทธรณ์ข้อ 2.1 และ 2.2 จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ต้องห้ามด้วยที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ จึงไม่ชอบเช่นกันฉะนั้น จึงให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 2 ทุกข้อไว้ดำเนินการต่อไป"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · ราเชนทร์ จัมปาสุต · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้