Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56806)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า เนื่องจากจำเลยถูกโจทก์ฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งที่ศาลภาษีอากรกลางตามคดีหมายเลขดำที่ 70/2534 มีประเด็นอย่างเดียวกับคดีนี้ว่าการประเมินของเจ้าพนักงานของโจทก์ชอบหรือไม่ พยานหลักฐานเกี่ยวกับเอกสารตลอดจนพยานบุคคลเป็นชุดเดียวกัน นางแคทเธอรีนม็อค ได้เบิกความในคดีดังกล่าวเป็นเวลาหลังจากที่ศาลในคดีนี้ได้มีคำพิพากษาแล้ว จำเลยจึง ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานอ้างคำเบิกความของนางแคทเธอรีนม็อค ได้ทันภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายคำเบิกความของพยานดังกล่าวเป็นเอกสารสำคัญและจำเป็นแก่คดีซึ่งเกี่ยวกับประเด็นในคดีโดยตรงจำเลยจึงขออ้างคำเบิกความของนางแคทเธอรีนม็อค เป็นพยานต่อศาลในคดีนี้เพื่อประกอบคำวินิจฉัยของศาลฎีกาตามบัญชีพยานที่ยื่นมาพร้อมคำร้องนี้และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมโปรดอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานดังกล่าวด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 165)ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินภาษีอากรจำนวน 1,842,495.04 บาท แก่โจทก์ กับให้ชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้า ในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินอากรขาเข้า 142,851.07 บาท ตามใบขนเลขที่ เอ 012-00764 และ 281,587.58 บาท ตามใบขนเลขที่ ปี 012-06768 เป็นรายเดือน นับแต่วันที่ 4 มกราคม 2532 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระให้โจทก์ แล้วเสร็จ และให้ยกฟ้องของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 161,160)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้ว่านางแคทเธอรีนม็อค จะเบิกความในคดีหมายเลขดำที่ 70/2534 ของศาลชั้นต้น หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้ ทำให้จำเลยไม่สามารถอ้างคำเบิกความของนางแคทเธอรีนม็อค เป็นพยานต่อศาลในคดีนี้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีก็ตาม แต่ตามคำร้องของ จำเลยระบุว่าคดีดังกล่าวและคดีนี้มีประเด็นอย่างเดียวกันว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และคดีนั้นเจ้าพนักงานประเมินก็ประเมินโดยอาศัยราคาในใบขนสินค้าขาออกของเมืองฮ่องกงเหมือนคดีนี้ เมื่อจำเลยนำนางแคทเธอรีนม็อคเข้าเบิกความในคดีดังกล่าว ย่อมแสดงว่าจำเลยทราบอยู่แล้วว่า จำเป็นต้องสืบนางแคทเธอรีนม็อคในคดีนี้ กรณีไม่มีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่า จำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำนางแคทเธอรีนม็อค มาสืบเพื่อประโยชน์แก่คดีของตนในคดีนี้หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8วรรคสี่ ซึ่งออกตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528จำเลยจึงไม่อาจยื่นคำร้องขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้นต่อศาลฎีกาได้ ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 20

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1367/2535กรมศุลกากร กับพวกโจทก์บริษัทเกรียงทอง จำกัดจำเลยบริษัทเกรียงทอง จำกัดผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม. 17, ม. 20ความว่า เนื่องจากจำเลยถูกโจทก์ฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งที่ศาลภาษีอากรกลางตามคดีหมายเลขดำที่ 70/2534 มีประเด็นอย่างเดียวกับคดีนี้ว่าการประเมินของเจ้าพนักงานของโจทก์ชอบหรือไม่ พยานหลักฐานเกี่ยวกับเอกสารตลอดจนพยานบุคคลเป็นชุดเดียวกัน นางแคทเธอรีนม็อค ได้เบิกความในคดีดังกล่าวเป็นเวลาหลังจากที่ศาลในคดีนี้ได้มีคำพิพากษาแล้ว จำเลยจึง ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานอ้างคำเบิกความของนางแคทเธอรีนม็อค

ได้ทันภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายคำเบิกความของพยานดังกล่าวเป็นเอกสารสำคัญและจำเป็นแก่คดีซึ่งเกี่ยวกับประเด็นในคดีโดยตรงจำเลยจึงขออ้างคำเบิกความของนางแคทเธอรีนม็อค เป็นพยานต่อศาลในคดีนี้เพื่อประกอบคำวินิจฉัยของศาลฎีกาตามบัญชีพยานที่ยื่นมาพร้อมคำร้องนี้และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมโปรดอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานดังกล่าวด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 165)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินภาษีอากรจำนวน 1,842,495.04 บาท แก่โจทก์ กับให้ชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้า ในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินอากรขาเข้า 142,851.07 บาท ตามใบขนเลขที่ เอ 012-00764 และ 281,587.58 บาท ตามใบขนเลขที่ ปี 012-06768 เป็นรายเดือน นับแต่วันที่ 4 มกราคม 2532 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระให้โจทก์ แล้วเสร็จ และให้ยกฟ้องของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 161,160)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้ว่านางแคทเธอรีนม็อค จะเบิกความในคดีหมายเลขดำที่ 70/2534 ของศาลชั้นต้น หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้ ทำให้จำเลยไม่สามารถอ้างคำเบิกความของนางแคทเธอรีนม็อค เป็นพยานต่อศาลในคดีนี้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีก็ตาม แต่ตามคำร้องของ

จำเลยระบุว่าคดีดังกล่าวและคดีนี้มีประเด็นอย่างเดียวกันว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และคดีนั้นเจ้าพนักงานประเมินก็ประเมินโดยอาศัยราคาในใบขนสินค้าขาออกของเมืองฮ่องกงเหมือนคดีนี้ เมื่อจำเลยนำนางแคทเธอรีนม็อคเข้าเบิกความในคดีดังกล่าว ย่อมแสดงว่าจำเลยทราบอยู่แล้วว่า จำเป็นต้องสืบนางแคทเธอรีนม็อคในคดีนี้ กรณีไม่มีเหตุอันสมควรแสดงได้ว่า จำเลยไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำนางแคทเธอรีนม็อค มาสืบเพื่อประโยชน์แก่คดีของตนในคดีนี้หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8วรรคสี่ ซึ่งออกตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528จำเลยจึงไม่อาจยื่นคำร้องขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้นต่อศาลฎีกาได้ ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ สุขสุมิตร · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2138/2561

ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 ข้อ 15 วรรคสอง ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยานพร้อมทั้งสำเนาก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เมื่อจำเลยที่ 6 ได้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้วเมื่อวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2555

เจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายนัดชี้สองสถานหลังจากวันที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้หมายแจ้งนัดชี้สองสถานถึง 16 วัน จนเป็นผลให้โจทก์ทราบนัดชี้สองสถานล่าช้าตามไปด้วยและทำให้โจทก์เหลือระยะเวลาไม่เพียงพอที่จะปฏิบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2549

ในวันชี้สองสถานคู่ความยอมรับข้อเท็จจริงกัน ศาลภาษีอากรกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงจากคำแถลงรับของคู่ความและเอกสารที่คู่ความนำส่งศาลเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ศาลภาษีอากร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2544

ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากรฯ การที่คู่ความไม่มาศาลในวันนัดชี้สองสถานไม่เป็นเหตุขัดข้องแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล ศาลย่อมทำการชี้สองสถานไปได้ตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเท่าที่ปรากฏอยู่แล้วในสำนวนความ กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 954/2543

การปิดหมายจะกระทำด้วยวิธีใด เช่น การใช้เชือกผูกการตอกตะปู การแปะติดไว้ หรือวิธีอื่นใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่จะต้องแสดงไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของคู่ความหรือบุคคลผู้มีชื่อระบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้