Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56779)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลชั้นต้นยกคำร้องขออุทธรณ์อนาถาของจำเลย จำเลยอุทธรณ์มี คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง โดยอ้างมาตรา 156 ถือว่าเป็นคำสั่งยืน ตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงไม่รับ ฎีกาคำสั่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองดำเนินคดีอย่างคนอนาถาจำเลยชอบที่จะอุทธรณ์ฎีกา ได้ภายใน 30 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226,227,228,229 แม้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ก็ไม่เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 236 เนื่องจากกรณีนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นที่สุดโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองและให้จำเลยทั้งสอง ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 7,445,586.51 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 6,119,877.88 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 19,556 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 2 มีนาคม 2532) ไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์จำนองออก ขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ให้ยกคำร้องขออนาถาของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียม มาเสียภายใน 15 วันจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งอนาถาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ เพราะจำเลยยื่นอุทธรณ์เกินกำหนด (อันดับ 158)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์(อันดับ 161)ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อนาถา ถ้าจะอุทธรณ์ให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมมาวางศาล ภายใน 15 วัน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2534 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้อุทธรณ์อนาถาใน วันที่ 7 พฤศจิกายน 2534 จึงเกินกำหนด 7 วัน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ให้ยกคำร้อง(อันดับ 174)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าวลงวันที่ 17 มีนาคม 2535(อันดับ 175)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเมื่อพ้นกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อสั่ง (อันดับ 177)คำสั่งคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 336 ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้อง เป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1290/2535ธนาคารกรุงไทย จำกัดฯโจทก์นายชลิต ลิ้มชูวงศ์ กับพวกจำเลยนายสืบสุข วิสุทธิกุล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236, ม. 247ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลชั้นต้นยกคำร้องขออุทธรณ์อนาถาของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์มี คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง โดยอ้างมาตรา 156 ถือว่าเป็นคำสั่งยืน ตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงไม่รับ ฎีกาคำสั่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองดำเนินคดีอย่างคนอนาถาจำเลยชอบที่จะอุทธรณ์ฎีกา ได้ภายใน 30 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226,227,228,229 แม้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ก็ไม่เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 236 เนื่องจากกรณีนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นที่สุดโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองและให้จำเลยทั้งสอง

ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 7,445,586.51 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 6,119,877.88 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 19,556 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 2 มีนาคม 2532) ไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์จำนองออก ขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ให้ยกคำร้องขออนาถาของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียม มาเสียภายใน 15 วันจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งอนาถาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ เพราะจำเลยยื่นอุทธรณ์เกินกำหนด (อันดับ 158)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์(อันดับ 161)ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งว่า

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อนาถา ถ้าจะอุทธรณ์ให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมมาวางศาล ภายใน 15 วัน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2534 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้อุทธรณ์อนาถาใน วันที่ 7 พฤศจิกายน 2534 จึงเกินกำหนด 7 วัน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ให้ยกคำร้อง(อันดับ 174)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาคำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าวลงวันที่ 17 มีนาคม 2535(อันดับ 175)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาเมื่อพ้นกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อสั่ง (อันดับ 177)คำสั่งคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 336 ศาลชั้นต้นสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้อง เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้