Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56777)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 4 ยื่นฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดี อย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า ทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันหนี้เมื่อปี 2527 ตีราคา 6,000,000 บาท ปัจจุบันราคาทรัพย์ที่จำนองย่อมมีราคาสูงขึ้นเป็นลำดับ จำเลยที่ 4 น่าจะสามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ จึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 4 เป็นคนยากจน ให้ยกคำร้อง หากจำเลยที่ 4 ประสงค์จะฎีกาต่อไปให้นำค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งจำเลยที่ 4 เห็นว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องราคาในปัจจุบันของทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันจะมีราคาเท่าใด หรือมีราคาสูงกว่าที่ตีราคาไว้ในปี 2527 ดังคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นนั้นเป็นข้อเท็จจริงนอกสำนวน ศาลชั้นต้นจึงไม่มีอำนาจหยิบยกมาพิจารณาพิพากษา โปรดอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ฟ้องฎีกาอย่างคนอนาถาได้หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 87)จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันใช้เงินจำนวน 6,683,574.69 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยทบต้นในอัตราร้อยละสิบเจ็ดต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2528จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2528 คำนวณได้ได้เท่าใดให้เป็นเงินต้น ใหม่นับถัดจากนั้น ให้คิดดอกเบี้ยไม่ทบต้นร้อยละสิบเจ็ดต่อปี แล้วให้ปรับลดเป็นร้อยละสิบห้าต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2529 เป็นต้นไป ทั้งนี้ให้ใช้ดอกเบี้ยจนกว่าจำเลยจะใช้เงินเสร็จ ในกรณีจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ โจทก์มีสิทธิบังคับจำนองที่ดิน ที่จำนองตามฟ้องพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ให้แก่โจทก์ในวงเงิน 6,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละสิบห้าต่อปี นับถัดจากวันเลิกสัญญา คือวันที่ 15 สิงหาคม 2528 เป็นต้นไป ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ วงเงิน จำนองพร้อมดอกเบี้ย ดังกล่าวให้โจทก์ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 4 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ คำขออื่น ของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอน อุทธรณ์ เฉพาะจำเลยที่ 2 เพื่อไปยื่นขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย เนื่องจากจำเลยที่ 2 ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศาลอุทธรณ์ อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ในกรณีที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระหนี้ โจทก์มีสิทธิบังคับจำนองที่ดินที่จำนองตามฟ้อง พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ โจทก์ในวงเงิน 6,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบเจ็ดต่อปี นับถัดจากวันที่ 15 สิงหาคม 2528 และอัตราดอกเบี้ยร้อยละสิบห้า ต่อปีนับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2529 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 4 ฎีกา และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใน ชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 65,64,89)จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 85)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามทางไต่สวนข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม ชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถานั้น ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 4 หากจำเลยที่ 4 ยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็ให้จำเลยที่ 4 นำเงิน ค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่ วันทราบคำสั่งนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1264/2535ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัดโจทก์บริษัทแสงทวีชัยพืชผล จำกัด กับพวกจำเลยนายพิเชษฐ์ เหลืองปฐมอร่าม จำเลยที่ 4ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า จำเลยที่ 4 ยื่นฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดี อย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า ทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันหนี้เมื่อปี 2527 ตีราคา 6,000,000 บาท ปัจจุบันราคาทรัพย์ที่จำนองย่อมมีราคาสูงขึ้นเป็นลำดับ จำเลยที่ 4 น่าจะสามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ จึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 4 เป็นคนยากจน ให้ยกคำร้อง หากจำเลยที่ 4 ประสงค์จะฎีกาต่อไปให้นำค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งจำเลยที่ 4 เห็นว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องราคาในปัจจุบันของทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันจะมีราคาเท่าใด หรือมีราคาสูงกว่าที่ตีราคาไว้ในปี 2527 ดังคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นนั้นเป็นข้อเท็จจริงนอกสำนวน ศาลชั้นต้นจึงไม่มีอำนาจหยิบยกมาพิจารณาพิพากษา โปรดอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ฟ้องฎีกาอย่างคนอนาถาได้หมายเหตุ

โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 87)จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันใช้เงินจำนวน 6,683,574.69 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยทบต้นในอัตราร้อยละสิบเจ็ดต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2528จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2528 คำนวณได้ได้เท่าใดให้เป็นเงินต้น ใหม่นับถัดจากนั้น ให้คิดดอกเบี้ยไม่ทบต้นร้อยละสิบเจ็ดต่อปี แล้วให้ปรับลดเป็นร้อยละสิบห้าต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2529 เป็นต้นไป ทั้งนี้ให้ใช้ดอกเบี้ยจนกว่าจำเลยจะใช้เงินเสร็จ ในกรณีจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ โจทก์มีสิทธิบังคับจำนองที่ดิน ที่จำนองตามฟ้องพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ให้แก่โจทก์ในวงเงิน 6,000,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละสิบห้าต่อปี นับถัดจากวันเลิกสัญญา คือวันที่ 15 สิงหาคม 2528 เป็นต้นไป ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ วงเงิน จำนองพร้อมดอกเบี้ย ดังกล่าวให้โจทก์ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 4 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ คำขออื่น ของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอน อุทธรณ์ เฉพาะจำเลยที่ 2 เพื่อไปยื่นขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย เนื่องจากจำเลยที่ 2 ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศาลอุทธรณ์ อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ในกรณีที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระหนี้ โจทก์มีสิทธิบังคับจำนองที่ดินที่จำนองตามฟ้อง พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ โจทก์ในวงเงิน 6,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบเจ็ดต่อปี นับถัดจากวันที่ 15 สิงหาคม 2528 และอัตราดอกเบี้ยร้อยละสิบห้า ต่อปีนับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2529 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 4 ฎีกา และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใน ชั้นฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 65,64,89)จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 85)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามทางไต่สวนข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม ชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถานั้น ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 4 หากจำเลยที่ 4 ยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็ให้จำเลยที่ 4 นำเงิน ค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่ วันทราบคำสั่งนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้