Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56765)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ร่วมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 ไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยประมาทหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว หรือไม่ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้น อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 ปี และปรับ 3,000 บาท เนื่องจากมีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 8 เดือน และปรับ 2,000 บาท ฯลฯ โทษจำคุกให้รอการลงโทษ ไว้มีกำหนด 1 ปี ฯลฯโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 41)โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 42)คำสั่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูง เมื่อถึง ทางโค้งก็มิได้ชะลอความเร็วลง เป็นเหตุให้ชนรถจักรยานยนต์ ของโจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งแล่นอยู่ข้างหน้าถือได้ว่าจำเลยกระทำ โดยปราศจากความระมัดระวัง ดังนั้นการที่โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา โดยยกเหตุผลขึ้นอ้างเพื่อให้ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยขับรถด้วย ความเร็วสูงพุ่งชนโจทก์ร่วมทั้งสองโดยไม่ได้เหยียบห้ามล้อ ประกอบกับจำเลยกับโจทก์ร่วมทั้งสองมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน พฤติการณ์ของจำเลยถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาขับรถชนโจทก์ร่วม ทั้งสองโดยมีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วมทั้งสอง จึงเป็นฎีกาโต้แย้ง ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1237/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายบัญชา กอบกิจสกุล กับพวกโจทก์นายสมโภชน์ วิจิตรนุกูลจำเลยนายบัญชา กอบกิจสกุล ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางแสงรัตน์ กอบกิจสกุล ที่ 2 โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ร่วมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 ไม่รับฎีกาโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยประมาทหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ

ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว หรือไม่ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้น อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 ปี และปรับ 3,000 บาท เนื่องจากมีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 8 เดือน และปรับ 2,000 บาท ฯลฯ โทษจำคุกให้รอการลงโทษ ไว้มีกำหนด 1 ปี ฯลฯโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 41)โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 42)คำสั่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูง เมื่อถึง ทางโค้งก็มิได้ชะลอความเร็วลง เป็นเหตุให้ชนรถจักรยานยนต์ ของโจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งแล่นอยู่ข้างหน้าถือได้ว่าจำเลยกระทำ โดยปราศจากความระมัดระวัง ดังนั้นการที่โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา โดยยกเหตุผลขึ้นอ้างเพื่อให้ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยขับรถด้วย ความเร็วสูงพุ่งชนโจทก์ร่วมทั้งสองโดยไม่ได้เหยียบห้ามล้อ ประกอบกับจำเลยกับโจทก์ร่วมทั้งสองมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน พฤติการณ์ของจำเลยถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาขับรถชนโจทก์ร่วม ทั้งสองโดยมีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วมทั้งสอง จึงเป็นฎีกาโต้แย้ง ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวนจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ยงยุทธ ธารีสาร · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้