Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56751)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของ จำเลยทั้งสองเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจศาลในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหา ข้อกฎหมายว่าที่พิพาทเป็นคดีพิพาทในส่วนแพ่งด้วย ซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 เข้าใจว่าตนมีสิทธิโดยชอบที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ การกระทำของจำเลยทั้งสอง จะเป็นความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้เพื่อพิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนา คำร้องแล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้น อนุญาตศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 362,83 จำคุก คนละ 4 เดือนปรับคนละ 2,000 บาท คำเบิกความชั้นพิจารณา ของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้จำเลย ทั้ง สองคนละหนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 89)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ได้ขายที่พิพาทและ การครอบครองที่พิพาทให้แก่โจทก์ร่วมและ นายแผนแล้ว ที่พิพาทจึงตกเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ร่วมและนายแผน จำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวข้องในที่พิพาทอีกจำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองมีสิทธิเข้าไป เกี่ยวข้องกับที่พิพาทได้ เพราะสิทธิการครอบครองที่พิพาทยังเป็น ของจำเลยที่ 1 โจทก์ร่วมครอบครองที่พิพาทแทนจำเลยที่ 1 เป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้วยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1201/2535พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์โจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายถึง ก๊กรัมย์โจทก์นายเทียบ โกยรัมย์ กับพวกจำเลยนายเทียบ โกยรัมย์ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสารหรือสำราญ โกยรัมย์ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจศาลในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหา ข้อกฎหมายว่าที่พิพาทเป็นคดีพิพาทในส่วนแพ่งด้วย ซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 เข้าใจว่าตนมีสิทธิโดยชอบที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ การกระทำของจำเลยทั้งสอง จะเป็นความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้เพื่อพิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนา คำร้องแล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้น อนุญาตศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนว่า

จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 362,83 จำคุก คนละ 4 เดือนปรับคนละ 2,000 บาท คำเบิกความชั้นพิจารณา ของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้จำเลย ทั้ง สองคนละหนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ฯลฯจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 89)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ได้ขายที่พิพาทและ การครอบครองที่พิพาทให้แก่โจทก์ร่วมและ นายแผนแล้ว ที่พิพาทจึงตกเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ร่วมและนายแผน จำเลยทั้งสองไม่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวข้องในที่พิพาทอีกจำเลยทั้งสองฎีกาว่า

จำเลยทั้งสองมีสิทธิเข้าไป เกี่ยวข้องกับที่พิพาทได้ เพราะสิทธิการครอบครองที่พิพาทยังเป็น ของจำเลยที่ 1 โจทก์ร่วมครอบครองที่พิพาทแทนจำเลยที่ 1 เป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้วยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ราเชนทร์ จัมปาสุต · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้