Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56691)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสามยื่นฎีกา บัดนี้ จ่าสิบเอกอ้วนกิ่งสิวงษ์ จำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรมปรากฎตามสำเนาใบมรณบัตรซึ่งเจ้าพนักงานรับรองสำเนาถูกต้องที่แนบมาพร้อมคำร้องนี้ โปรดมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ ศาลชั้นต้นสอบโจทก์แล้ว โจทก์แถลงรับว่าจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมจริง (อันดับ 159)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83,341,250,253 ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 253ประกอบ มาตรา 250 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83,341,253เป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 253ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปี นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามฎีกา โดยมีผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้(อันดับ 148,146)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาทนายจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 157)คำสั่งจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายขณะที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(1) ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 996/2535พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดโจทก์จ่าสิบเอกอ้วน กิ่งสิวงษ์ กับพวกจำเลยนายสัมพันธ์ นิตยาธารีกุล ทนายจำเลยทั้งสามผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 39ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามยื่นฎีกา บัดนี้ จ่าสิบเอกอ้วนกิ่งสิวงษ์ จำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรมปรากฎตามสำเนาใบมรณบัตรซึ่งเจ้าพนักงานรับรองสำเนาถูกต้องที่แนบมาพร้อมคำร้องนี้ โปรดมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ ศาลชั้นต้นสอบโจทก์แล้ว โจทก์แถลงรับว่าจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมจริง (อันดับ 159)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83,341,250,253 ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 253ประกอบ มาตรา 250 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83,341,253เป็นกรรมเดียว

ผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 253ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปี นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามฎีกา โดยมีผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้(อันดับ 148,146)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาทนายจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 157)คำสั่งจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายขณะที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(1) ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม · วิฑูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้