Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56686)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกา ของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เห็นว่า คดีนี้ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เนื่องจากเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 219แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3มีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ให้การรับสารภาพส่วนจำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 4ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1,2,3, มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33,83,91,254,264พระราชบัญญัติ สุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 44 ให้ลงโทษจำเลยที่ 1,2,3 ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 254 จำคุก 2 ปี และมาตรา 264 จำคุก 1 ปี รวมให้จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 1,2,3 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 254 ให้จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสาม ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 42)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44)คำสั่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำเป็นกรรมเดียวเมื่อผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 254 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้วจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก และผลเป็นการพิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 254 จึงต้องห้ามมิให้ คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 นั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 983/2535พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโจทก์นายประมวล พุ่มพวง กับพวกจำเลยนายประมวล พุ่มพวง ที่ 1 นายเอ๋ พุ่มพวง ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายเจต รุ่งเรืองศรี ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.อ. ม. 254, ม. 264 ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกา ของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เห็นว่า คดีนี้ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เนื่องจากเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 219แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3มีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ให้การรับสารภาพส่วนจำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 4ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1,2,3, มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33,83,91,254,264พระราชบัญญัติ สุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 44 ให้ลงโทษจำเลยที่ 1,2,3 ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 254 จำคุก 2 ปี และมาตรา 264 จำคุก 1 ปี รวมให้จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 1,2,3 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 254 ให้จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสาม ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 42)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 44)คำสั่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำเป็นกรรมเดียวเมื่อผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 254 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้วจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก และผลเป็นการพิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 254 จึงต้องห้ามมิให้ คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 นั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้