Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56665)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดี อย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่ง ว่า ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของจำเลยที่ 3 ประกอบกับการที่ โจทก์ไม่ได้นำสืบโต้แย้งให้เห็นเป็นประการอื่น เห็นว่าจำเลยที่ 3 นั้นเป็นผู้มีฐานะยากจน แต่คำฟ้องของจำเลยที่ 3 นั้น ไม่มีเหตุที่จะฎีกาได้เนื่องจากเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้าม จึงให้ยกคำร้องจำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 เป็นฎีกาในปัญหา ข้อกฎหมาย หากจะฟังว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ไม่ต้องห้ามฎีกา ทั้งนี้เนื่องจากทุนทรัพย์ที่โจทก์และจำเลยทั้งสามพิพาทกันมาแต่ศาลชั้นต้นที่ทุนทรัพย์เกินกว่าห้าหมื่นบาทจำเลยที่ 3 ยื่นฎีกาก่อนที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534จะมีผลใช้บังคับ โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 96 แผ่นที่ 2)จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับที่ 3 ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายสมร เจริญสุข ผู้ตายร่วมกันชำระเงินจำนวน 40,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบแปดต่อปี นับแต่วันฟ้องคือวันที่22 มีนาคม 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เฉพาะจำเลยที่ 3 ให้รับผิดต่อโจทก์ไม่เกินทรัพย์มรดก ที่ได้รับจากนายสมร เจริญสุข ผู้ตายศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายสมร เจริญสุข ร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงิน 40,000 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 81,79,94)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่งจำเลยที่ 3 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2534 ก่อนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มีผลใช้บังคับ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 12 ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่จำเลยที่ 3 ยื่นฎีกามาใช้บังคับเมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันมาในศาลชั้นต้น จำนวน 58,175 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ฟ้องฎีกาของจำเลยที่ 3 จึงมีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกา อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ฎีกาอย่างคนอนาถาได้ให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยที่ 3 ไว้ดำเนินการต่อไปอนึ่งการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นในกรณีนี้ยังอยู่ในขั้นตอน ของการฟ้องฎีกาอย่างคนอนาถา ไม่ต้องเสียค่าคำร้องอุทธรณ์ คำสั่ง แต่จำเลยที่ 3 ได้เสียค่าคำร้องมา 40 บาท จึงให้คืน ค่าคำร้องแก่จำเลยที่ 3

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 898/2535บริษัทสยามกลการ จำกัดโจทก์นายปราโมทย์ โพธิ์เทพ กับพวกจำเลยนางบรรจง เจริญสุข จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 151, ม. 156, ม. 248, ม. 252ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดี อย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่ง ว่า ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของจำเลยที่ 3 ประกอบกับการที่ โจทก์ไม่ได้นำสืบโต้แย้งให้เห็นเป็นประการอื่น เห็นว่าจำเลยที่ 3 นั้นเป็นผู้มีฐานะยากจน แต่คำฟ้องของจำเลยที่ 3 นั้น ไม่มีเหตุที่จะฎีกาได้เนื่องจากเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้าม จึงให้ยกคำร้องจำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 เป็นฎีกาในปัญหา ข้อกฎหมาย

หากจะฟังว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ไม่ต้องห้ามฎีกา ทั้งนี้เนื่องจากทุนทรัพย์ที่โจทก์และจำเลยทั้งสามพิพาทกันมาแต่ศาลชั้นต้นที่ทุนทรัพย์เกินกว่าห้าหมื่นบาทจำเลยที่ 3 ยื่นฎีกาก่อนที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534จะมีผลใช้บังคับ โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาด้วยหมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 96 แผ่นที่ 2)จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับที่ 3 ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายสมร เจริญสุข ผู้ตายร่วมกันชำระเงินจำนวน 40,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบแปดต่อปี

นับแต่วันฟ้องคือวันที่22 มีนาคม 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เฉพาะจำเลยที่ 3 ให้รับผิดต่อโจทก์ไม่เกินทรัพย์มรดก ที่ได้รับจากนายสมร เจริญสุข ผู้ตายศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายสมร เจริญสุข ร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงิน 40,000 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 81,79,94)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่งจำเลยที่ 3 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2534 ก่อนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มีผลใช้บังคับ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 12 ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่จำเลยที่ 3 ยื่นฎีกามาใช้บังคับเมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันมาในศาลชั้นต้น จำนวน 58,175 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ฟ้องฎีกาของจำเลยที่ 3 จึงมีเหตุผลอันสมควรที่จะฎีกา อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ฎีกาอย่างคนอนาถาได้ให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยที่ 3 ไว้ดำเนินการต่อไปอนึ่งการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นในกรณีนี้ยังอยู่ในขั้นตอน ของการฟ้องฎีกาอย่างคนอนาถา ไม่ต้องเสียค่าคำร้องอุทธรณ์ คำสั่ง แต่จำเลยที่ 3 ได้เสียค่าคำร้องมา 40 บาท จึงให้คืน ค่าคำร้องแก่จำเลยที่ 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้