Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56654)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี จำเลย ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 6 เดือน ได้พิเคราะห์รายงานสืบเสาะขอเท็จจริงแล้วเห็นว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ย้อนศรและตัดหน้ารถยนต์ โดยสารประจำทางกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย อย่างกระชั้นชิด เป็นการกระทำโดยประมาทอย่างมากประกอบกับ จำเลยเคยกระทำผิดเกี่ยวกับการขับรถผิดการจราจรหลายครั้ง กลับมากระทำผิดคดีนี้อีก แสดงว่าจำเลยไม่เข็ดหลาบเป็นเหตุ ให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส แม้จำเลยจะชดใช้ค่าเสียหาย ก็เป็นจำนวนเพียงเล็กน้อย ซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิที่จะฟ้อง ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งได้อยู่แล้ว กรณีจึง ไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 72)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี แม้จะรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม คู่ความย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียง ดุลยพินิจที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษให้ จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 845/2535พนักงานอัยการกองคดีแขวงดุสิตโจทก์นายวีระ ไทยศรีจำเลยนายวีระ ไทยศรี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี จำเลย ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 6 เดือน ได้พิเคราะห์รายงานสืบเสาะขอเท็จจริงแล้วเห็นว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ย้อนศรและตัดหน้ารถยนต์ โดยสารประจำทางกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย

อย่างกระชั้นชิด เป็นการกระทำโดยประมาทอย่างมากประกอบกับ จำเลยเคยกระทำผิดเกี่ยวกับการขับรถผิดการจราจรหลายครั้ง กลับมากระทำผิดคดีนี้อีก แสดงว่าจำเลยไม่เข็ดหลาบเป็นเหตุ ให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส แม้จำเลยจะชดใช้ค่าเสียหาย ก็เป็นจำนวนเพียงเล็กน้อย ซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิที่จะฟ้อง ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งได้อยู่แล้ว กรณีจึง ไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 72)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี แม้จะรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม คู่ความย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียง ดุลยพินิจที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษให้ จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · เจริญ นิลเอสงฆ์ · บุญธรรม อยู่พุก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้