คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 803/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายธีรวัฒน์ ชมภูจันทร์จำเลยนายธีรวัฒน์ ชมภูจันทร์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนเป็นการรับฟังพยานหลักฐานไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3) วรรคสาม ที่แก้ไขแล้ว จำคุกจำเลย 5 ปี ให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนหรือใช้ราคา 6,375 บาท แก่ผู้เสียหาย ยกฟ้องข้อหาฐานรับของโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 88 แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว
ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากที่ปรากฏในสำนวน นั้น ปรากฏว่าแม้ในฎีกาของจำเลยเองก็มีข้อเท็จจริงเช่นว่านั้นอยู่เพียงแต่จำเลยอ้างว่า ศาลอุทธรณ์ไม่ควรรับฟังข้อเท็จจริงเช่นว่านั้นมาลงโทษจำเลยซึ่งเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงอันต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง