Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56634)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามคำฟ้องฎีกาของจำเลยเช่นเรื่องบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ ที่เกิดเหตุเป็นถนนสาธารณะหรือไม่ จำเลยอื่นร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ รวมทั้งขอให้รอการลงโทษนั้น นับว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยแก้ไขโทษจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เพียงเล็กน้อยและโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฉะนั้น จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่จำเลยทั้งสี่เห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.1 ที่ว่าบาดแผลเป็นอันตรายถึงสาหัสหรือไม่นั้น จำเลยทั้งสี่ฎีกาในกรณีที่โจทก์และโจทก์ร่วมสืบไม่ชัดแจ้ง และฎีกาในข้อ 2.3 เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไม่ถูกต้องไม่ใช่ฎีกา ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไม่ได้ร่วมกระทำผิดกับ จำเลยที่ 1 ฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญอันสมควรที่จะได้รับการพิจารณาวินิจฉัยจากศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 94,96)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายสมบูรณ์ วงศ์จรัสกุลผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,371 ข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ใน ครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือ มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามพฤติการณ์ วางโทษจำคุก 2 ปี ข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุ อันสมควร และโดยไม่รับอนุญาตหรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นและ เร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์เป็นกรรมเดียวผิด ต่อกฎหมาย หลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง อันเป็นบทหนักตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษจำคุก 6 เดือน ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส วางโทษจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 2 ถึง จำเลยที่ 4มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 วางโทษจำคุกคนละ 2 ปี เฉพาะจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 เป็นนักเรียนและ อายุยังน้อย ทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิด มาก่อนเห็นสมควรรอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ริบของกลางข้อหาอื่นให้ยกเสียศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 6 เดือน จำเลยทั้งสี่ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,297(8) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม มาตรา 297(8) อันเป็นบทหนักตามมาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 คนละ 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 อายุ 16 ปี ลดมาตราส่วน โทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน เฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นนักเรียนและอายุยังน้อยทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิดมาก่อน สมควรให้ โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีของชาติต่อไปจึงให้รอการลงโทษไว้ คนละ 2 ปี ริบของกลางโจทก์และจำเลยทั้งสี่ ต่างยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่(อันดับ 92,89)จำเลยทั้งสี่จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 94)คำสั่งพิเคราะห์แล้วศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,371 ข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือมีเหตุจำเป็นและรีบด่วนตามพฤติการณ์ วางโทษจำคุก 2 ปีข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษจำคุก 6 เดือน ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส วางโทษจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 วางโทษจำคุกคนละ 2 ปี เฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นนักเรียน และอายุยังน้อย ทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำผิดมาก่อน เห็นสมควร รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 2 เดือน จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,297(8) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 297(8)อันเป็นบทหนักตามมาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 คนละ 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 อายุ 15 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน เฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นนักเรียนและอายุยังน้อย ทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำผิดมาก่อน สมควรให้โอกาสกลับตัว เป็นพลเมืองดีของชาติต่อไป จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด คนละ 2 ปี ริบของกลาง เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฉะนั้นที่ จำเลยทั้งสี่ฎีกาตามฎีกาข้อ 2.1 เรื่องบาดแผลของ นายสุจิตต์แซ่โค้วบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ ข้อ 2.2 เรื่อง ถนนที่เกิดเหตุเป็นถนนสาธารณะหรือไม่ ข้อ 2.3 จำเลยอื่น ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ รวมทั้งขอให้รอการลงโทษ ให้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น โดยที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย จึงต้องห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลยทั้งสี่

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 784/2535พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายสมบูรณ์ วงศ์จรัสกุลโจทก์นายสุขไทย แซ่อึ้ง กับพวกจำเลยนายสุขไทย แซ่อึ้ง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามคำฟ้องฎีกาของจำเลยเช่นเรื่องบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ ที่เกิดเหตุเป็นถนนสาธารณะหรือไม่ จำเลยอื่นร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ รวมทั้งขอให้รอการลงโทษนั้น นับว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยแก้ไขโทษจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เพียงเล็กน้อยและโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฉะนั้น จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่จำเลยทั้งสี่เห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.1 ที่ว่าบาดแผลเป็นอันตรายถึงสาหัสหรือไม่นั้น

จำเลยทั้งสี่ฎีกาในกรณีที่โจทก์และโจทก์ร่วมสืบไม่ชัดแจ้ง และฎีกาในข้อ 2.3 เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไม่ถูกต้องไม่ใช่ฎีกา ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไม่ได้ร่วมกระทำผิดกับ จำเลยที่ 1 ฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญอันสมควรที่จะได้รับการพิจารณาวินิจฉัยจากศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 94,96)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายสมบูรณ์ วงศ์จรัสกุลผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,371 ข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ใน ครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือ มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามพฤติการณ์ วางโทษจำคุก 2 ปี ข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุ อันสมควร และโดยไม่รับอนุญาตหรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นและ เร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์เป็นกรรมเดียวผิด ต่อกฎหมาย หลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง

อันเป็นบทหนักตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษจำคุก 6 เดือน ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส วางโทษจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 2 ถึง จำเลยที่ 4มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 วางโทษจำคุกคนละ 2 ปี เฉพาะจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 เป็นนักเรียนและ อายุยังน้อย ทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิด มาก่อนเห็นสมควรรอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ริบของกลางข้อหาอื่นให้ยกเสียศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 6 เดือน

จำเลยทั้งสี่ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,297(8) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม มาตรา 297(8) อันเป็นบทหนักตามมาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 คนละ 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 อายุ 16 ปี ลดมาตราส่วน โทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน เฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นนักเรียนและอายุยังน้อยทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิดมาก่อน สมควรให้ โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีของชาติต่อไปจึงให้รอการลงโทษไว้ คนละ 2 ปี ริบของกลางโจทก์และจำเลยทั้งสี่ ต่างยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่(อันดับ 92,89)จำเลยทั้งสี่จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 94)คำสั่งพิเคราะห์แล้วศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,371 ข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือมีเหตุจำเป็นและรีบด่วนตามพฤติการณ์ วางโทษจำคุก 2 ปีข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง

อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษจำคุก 6 เดือน ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส วางโทษจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 วางโทษจำคุกคนละ 2 ปี เฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นนักเรียน และอายุยังน้อย ทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำผิดมาก่อน เห็นสมควร รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 2 เดือน จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,297(8) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

ลงโทษตามมาตรา 297(8)อันเป็นบทหนักตามมาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 คนละ 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 อายุ 15 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน เฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4 เป็นนักเรียนและอายุยังน้อย ทั้งไม่ปรากฏว่าเคยกระทำผิดมาก่อน สมควรให้โอกาสกลับตัว เป็นพลเมืองดีของชาติต่อไป จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด คนละ 2 ปี ริบของกลาง เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฉะนั้นที่

จำเลยทั้งสี่ฎีกาตามฎีกาข้อ 2.1 เรื่องบาดแผลของ นายสุจิตต์แซ่โค้วบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ ข้อ 2.2 เรื่อง ถนนที่เกิดเหตุเป็นถนนสาธารณะหรือไม่ ข้อ 2.3 จำเลยอื่น ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ รวมทั้งขอให้รอการลงโทษ ให้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น โดยที่ศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย จึงต้องห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลยทั้งสี่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนัด หมายสวัสดิ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้