Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56603)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีที่จำเลยฎีกามีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาทและฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาใน ข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า เมื่อคำนวณเงินต้นและดอกเบี้ยตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์แล้วจำเลยจะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทั้งสิ้นจำนวน 232,103 บาททุนทรัพย์พิพาทจึงเกินกว่าสองแสนบาท คดีของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินให้แก่โจทก์จำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของ ต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชดใช้เสร็จศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 175,587 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อย ละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2530 จนกว่าชำระเสร็จนอกจากที่แก้คงให้เป็น ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 65)จำเลยจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ประกอบมาตรา 234จึงมีคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์นำเงิน ค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันนี้ แต่จำเลยไม่ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่จะต้องชำระตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้น จึงมีคำสั่งว่า รีบส่งสำนวนไปให้ศาลฎีกาเพื่อโปรดพิจารณา(อันดับ 67, และ 69)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เมื่อผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไม่ยอมนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ก็ชอบที่ ศาลชั้นต้นจะสั่งการไปตามคำอาจและหน้าที่ จะส่งมาให้ศาลฎีกา สั่งหาชอบไม่ จึงให้ส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 415/2535นางพรเพ็ญ พัฒนเศรษฐโจทก์นายซุ่นเคย แซ่เตียวจำเลยนายซุ่นเคย แซ่เตียว จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีที่จำเลยฎีกามีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาทและฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาใน ข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า เมื่อคำนวณเงินต้นและดอกเบี้ยตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์แล้วจำเลยจะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทั้งสิ้นจำนวน 232,103 บาททุนทรัพย์พิพาทจึงเกินกว่าสองแสนบาท คดีของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินให้แก่โจทก์จำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของ ต้นเงินดังกล่าว

นับตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชดใช้เสร็จศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 175,587 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อย ละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2530 จนกว่าชำระเสร็จนอกจากที่แก้คงให้เป็น ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 65)จำเลยจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ประกอบมาตรา 234จึงมีคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์นำเงิน ค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันนี้ แต่จำเลยไม่ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่จะต้องชำระตาม

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้น จึงมีคำสั่งว่า รีบส่งสำนวนไปให้ศาลฎีกาเพื่อโปรดพิจารณา(อันดับ 67, และ 69)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เมื่อผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไม่ยอมนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ก็ชอบที่ ศาลชั้นต้นจะสั่งการไปตามคำอาจและหน้าที่ จะส่งมาให้ศาลฎีกา สั่งหาชอบไม่ จึงให้ส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วิธุรัติ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมมาตรา พรหมนานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้