Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56570)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกาภายในกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาต ให้ขยายเวลาในการยื่นฎีกา รับเป็นฎีกาของโจทก์ ต่อมาศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า การสั่งรับฎีกาของโจทก์โดยผิดหลง เนื่องจาก ฎีกาของโจทก์ต้องห้าม ฉะนั้นอาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ มาตรา 27 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงให้เพิกถอนคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า แม้คดีนี้โจทก์จะต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่แต่ในขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยนั้นโจทก์มีสิทธิฎีกาได้ตามมาตรา 221 ฉบับเดิม หากนำกฎหมายที่ได้แก้ไขใหม่ใช้บังคับเป็นการไม่เป็นธรรม และทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ประกอบกับหน้าที่ของศาลชั้นต้น มีเพียงสั่งรับ หรือสั่งไม่รับฎีกาในขณะที่ยื่นเท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาแล้วต้องส่งให้ศาลฎีกาต่อไป ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งเพิกถอนคำสั่งรับฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด อันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 76,84) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 87) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13 ซึ่งใช้บังคับเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2532 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษา ยกฟ้องโจทก์" คดีโจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2534 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังกฎหมายดังกล่าวใช้บังคับ จึงต้องใช้ กฎหมายดังกล่าวบังคับแก่คดีนี้ มิใช่ใช้กฎหมายในขณะโจทก์ ยื่นฟ้องมาบังคับ คดีนี้ศาลชั้นต้นและพิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา โจทก์จึงมิชอบ เป็นการดำเนินการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะสั่งเพิกถอนเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลชั้นต้นเพิกถอน คำสั่งรับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 275/2535พลโทพร้อม ผิวนวลโจทก์นายพีรกร รอดเจริญจำเลยนายวิชญู เชยะกุล ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 27ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาภายในกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาต ให้ขยายเวลาในการยื่นฎีกา รับเป็นฎีกาของโจทก์ ต่อมาศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า การสั่งรับฎีกาของโจทก์โดยผิดหลง เนื่องจาก ฎีกาของโจทก์ต้องห้าม ฉะนั้นอาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ มาตรา 27 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงให้เพิกถอนคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า แม้คดีนี้โจทก์จะต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่แต่ในขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยนั้นโจทก์มีสิทธิฎีกาได้ตามมาตรา 221 ฉบับเดิม หากนำกฎหมายที่ได้แก้ไขใหม่ใช้บังคับเป็นการไม่เป็นธรรม และทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ประกอบกับหน้าที่ของศาลชั้นต้น

มีเพียงสั่งรับ หรือสั่งไม่รับฎีกาในขณะที่ยื่นเท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาแล้วต้องส่งให้ศาลฎีกาต่อไป ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งเพิกถอนคำสั่งรับฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด อันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 76,84) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 87) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13 ซึ่งใช้บังคับเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2532 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษา ยกฟ้องโจทก์" คดีโจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2534 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังกฎหมายดังกล่าวใช้บังคับ จึงต้องใช้ กฎหมายดังกล่าวบังคับแก่คดีนี้ มิใช่ใช้กฎหมายในขณะโจทก์ ยื่นฟ้องมาบังคับ คดีนี้ศาลชั้นต้นและพิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา โจทก์จึงมิชอบ เป็นการดำเนินการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะสั่งเพิกถอนเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลชั้นต้นเพิกถอน คำสั่งรับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · ตัน เวทไว · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้