Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56562)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ในข้อที่ 2 และข้อที่ 3เป็นฎีกาปัญหา ข้อเท็จจริงซึ่งทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 1 และข้อ 4 แม้เป็น ฎีกาข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง และมาตรา 249 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3จำเลยที่ 1 ที่ 3 เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลย ทั้งสามร่วมกันใช้เงินจำนวน 300,000 บาท คดีจึงเป็นทุนทรัพย์ เกินกว่า 200,000 บาท ไม่ต้องฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและ ฎีกาข้อ 1 และข้อ 4 ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วย ความสงบเรียบร้อยของประชาชนในเรื่องฟ้องโจทก์ เคลือบคลุมและอำนาจฟ้องของโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(สำนวนตอน 2 อันดับ 15 แผ่นที่ 3 ที่ 4)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3ร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ทั้งสองจำนวน 91,200 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 15,000 บาท นับแต่วันทำ ละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ คดีสำหรับจำเลยที่ 2ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(สำนวนตอน 2 อันดับ 12)จำเลยที่ 1 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้(สำนวนตอน 2 อันดับ 14 แผ่นที่ 2)คำสั่งคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ส่วนฎีกาข้อ 1 เรื่องฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ และฎีกาข้อ 4 ในข้อที่ว่าจำเลยที่ 3 ไม่ต้องร่วมรับผิดกับ จำเลยที่ 1 เพราะเป็นเรื่องอยู่นอกวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3 นั้นก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 249/2535จ่าสิบตำรวจสมบูรณ์ จี๋จ๊ะบุญ กับพวกโจทก์นายอำนวย แก้วนาลัย กับพวกจำเลยนายพินิจ ตันสถิรานันท์ ทนายจำเลยที่ 1 และที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 245ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ในข้อที่ 2 และข้อที่ 3เป็นฎีกาปัญหา ข้อเท็จจริงซึ่งทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 1 และข้อ 4 แม้เป็น ฎีกาข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง และมาตรา 249 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3จำเลยที่ 1 ที่ 3 เห็นว่า

คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลย ทั้งสามร่วมกันใช้เงินจำนวน 300,000 บาท คดีจึงเป็นทุนทรัพย์ เกินกว่า 200,000 บาท ไม่ต้องฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและ ฎีกาข้อ 1 และข้อ 4 ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วย ความสงบเรียบร้อยของประชาชนในเรื่องฟ้องโจทก์ เคลือบคลุมและอำนาจฟ้องของโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(สำนวนตอน 2 อันดับ 15 แผ่นที่ 3 ที่ 4)ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3ร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ทั้งสองจำนวน 91,200 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงิน 15,000 บาท นับแต่วันทำ ละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ คดีสำหรับจำเลยที่ 2ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(สำนวนตอน 2 อันดับ 12)จำเลยที่ 1 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้(สำนวนตอน 2 อันดับ 14 แผ่นที่ 2)คำสั่งคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ส่วนฎีกาข้อ 1 เรื่องฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ และฎีกาข้อ 4 ในข้อที่ว่าจำเลยที่ 3 ไม่ต้องร่วมรับผิดกับ จำเลยที่ 1 เพราะเป็นเรื่องอยู่นอกวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3 นั้นก็เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้