Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56560)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง สำหรับคดีส่วนอาญาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ส่วนคดีแพ่งทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท และเป็นการฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกิน เดือนละหนึ่งหมื่นบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว จึง ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้จำเลยต่อสู้โดยอาศัยสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ทั้งนี้โดยจำเลยได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลากว่าสิบปีจนได้กรรมสิทธิ์แล้ว และปัญหาเกี่ยวกับประเด็นนี้ ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่สมควรได้รับการพิจารณาวินิจฉัยในชั้นศาลฎีกาเป็นอย่างยิ่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 129)คดีส่วนอาญา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365(3) จำคุก 6 เดือนปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30ให้จำเลย และบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์เฉพาะส่วนที่พิพาทตามฟ้อง และให้จำเลยรื้อถอนบ้านพักอาศัยและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ออกไปให้พ้นที่ดินของโจทก์ดังกล่าว และห้ามไม่ให้จำเลย และบริวารเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครอง ที่ดินของโจทก์ดังกล่าว และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ เป็นเงิน เดือนละ 300 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะหยุดการรบกวนการครอบครองของโจทก์ เฉพาะส่วนที่พิพาทตามฟ้องโดยสิ้นเชิง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 124)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 127)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังว่า จำเลยอาศัยที่ดินพิพาท ชั่วคราวจำเลยเถียงว่าจำเลยอยู่อาศัยอย่างเป็นเจ้าของ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานเป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงต้องห้ามฎีกาดังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง มานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 246/2535บริษัทตันติโกวิท จำกัดโจทก์นายสมศักดิ์ เกษมสุขจำเลยนายสมศักดิ์ เกษมสุข จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง สำหรับคดีส่วนอาญาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ส่วนคดีแพ่งทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท และเป็นการฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกิน เดือนละหนึ่งหมื่นบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว จึง ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้จำเลยต่อสู้โดยอาศัยสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ทั้งนี้โดยจำเลยได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลากว่าสิบปีจนได้กรรมสิทธิ์แล้ว และปัญหาเกี่ยวกับประเด็นนี้

ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่สมควรได้รับการพิจารณาวินิจฉัยในชั้นศาลฎีกาเป็นอย่างยิ่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 129)คดีส่วนอาญา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365(3) จำคุก 6 เดือนปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30ให้จำเลย และบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์เฉพาะส่วนที่พิพาทตามฟ้อง และให้จำเลยรื้อถอนบ้านพักอาศัยและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด

ออกไปให้พ้นที่ดินของโจทก์ดังกล่าว และห้ามไม่ให้จำเลย และบริวารเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครอง ที่ดินของโจทก์ดังกล่าว และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ เป็นเงิน เดือนละ 300 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะหยุดการรบกวนการครอบครองของโจทก์ เฉพาะส่วนที่พิพาทตามฟ้องโดยสิ้นเชิง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 124)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 127)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังว่า จำเลยอาศัยที่ดินพิพาท ชั่วคราวจำเลยเถียงว่าจำเลยอยู่อาศัยอย่างเป็นเจ้าของ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานเป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงต้องห้ามฎีกาดังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง มานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต · มงคล สระฏัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้