Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5655/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางได้มีคำวินิจฉัยว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลาง คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุดตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 9 วรรคท้าย อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า คดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลางหรือไม่ จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งว่า "อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 46 ทศ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินของบุคคลที่มีอยู่ในความครอบครองจำเลยทั้งหมดมีกำหนด 180 วัน นับแต่วันที่ลงในคำสั่งอายัด" ซึ่งวิธีอายัดทรัพย์สินให้นำบทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากรมาใช้บังคับโดยอนุโลม และ ป.รัษฎากร มาตรา 12 วรรคสี่ กับระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการอายัดทรัพย์สินตามความในมาตรา 12 แห่ง ป.รัษฎากร พ.ศ. 2539 ข้อ 15 ได้ระบุเรื่องผลการอายัดไว้ในข้อ (2) (ก) ว่า "สิทธิเรียกร้องให้ชำระเงิน การอายัดสิทธิเรียกร้องแห่งรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งรวมถึงจำนวนเงินที่ถึงกำหนดชำระภายหลังการอายัดนั้นด้วย แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาว่าคำสั่งอายัดนั้นรวมถึงเงินที่ต้องชำระภายหลังการอายัดด้วยหรือไม่" เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีหนังสืออายัดค่าจ้างของโจทก์ ซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องที่โจทก์จะได้รับจากจำเลยเป็นคราว ๆ โดยมิได้ระบุยกเว้นเงินที่จะถึงกำหนดชำระแก่โจทก์ภายหลังการอายัด คำสั่งอายัดจึงรวมถึงค่าจ้างที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยภายหลังการอายัดด้วยจนกว่าคำสั่งอายัดจะสิ้นผล เมื่อต่อมาศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาการอายัดทรัพย์สินของโจทก์ออกไปอีก 180 วัน ระยะเวลาการอายัดที่ศาลอาญาขยายให้ดังกล่าวมีผลครอบคลุมถึงค่าจ้างในระยะเวลาที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างและดอกเบี้ยตามที่ฟ้องให้แก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ระหว่างทำงานให้แก่จำเลย จำเลยค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๒ จนถึงวันฟ้อง โดยอ้างว่าธนาคารแห่งประเทศไทย มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ตามคำสั่งธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ธปท.ถ. ๓๖๓๗/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลอายัดทรัพย์สินของโจทก์ถึงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ เท่านั้น การที่จำเลยค้างจ่ายเงินค่าจ้างโจทก์ดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งว่า คำสั่งอายัดทรัพย์สินของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ธปท.ถ. ๓๖๓๗/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ เป็นคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ที่มีอยู่ในความครอบครองของจำเลย ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ เท่านั้น และให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๗๙๙,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ แต่ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ ธปท.ถ. ๓๖๓๗/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๔๖ ทศ และศาลอาญามีคำสั่งขยายระยะเวลาการอายัดทรัพย์ของโจทก์ออกไปอีก ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๓ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของโจทก์ โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องคัดค้านหรือขอเพิกถอนคำสั่งอายัดต่อศาลอาญา สิทธิเรียกร้องเงินเดือนของโจทก์ภายหลังวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ ยังคงอยู่ภายใต้คำสั่งอายัดดังกล่าวจนกว่าจะครบกำหนด ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ จำเลยได้รับหนังสือธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ธปท.ถ. ๓๖๓๗/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ ให้อายัดทรัพย์สินของโจทก์ มีกำหนด ๑๘๐ วัน อ้างว่าโจทก์กระทำผิดขณะดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารของธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ต่อมาศาลอาญาได้อนุญาตให้ขยายเวลาอายัดทรัพย์สินของโจทก์ออกไปอีก ๑๘๐ วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๓ แล้ววินิจฉัยว่าคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทยให้อายัดทรัพย์สินทุกประเภทของโจทก์ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลย

ณ วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งอายัด คือวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ ไม่รวมถึงทรัพย์สินของโจทก์ที่จะได้รับจากจำเลยหลังวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ เป็นต้นไป พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายของเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๒ ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๔๓ เมื่อหักภาษี ณ ที่จ่ายและเงินประกันสังคมแล้ว เป็นเงิน ๑,๓๘๗,๒๖๗.๘๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๓) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อแรกว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลแรงงานกลางหรือไม่ เห็นว่า อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางได้มีคำวินิจฉัยที่ ๗๖/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๓ ว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลาง ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ วรรคท้าย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อสองว่า

จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างค้างพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาหรือไม่ พิเคราะห์คำสั่งธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ธปท.ถ. ๓๖๓๗/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ ที่ระบุว่า "อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๖ ทศ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าว (โจทก์) ? จึงแจ้งมายังท่าน เพื่ออายัดทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าว (โจทก์) ที่มีอยู่ในความครอบครองทั้งหมด มีกำหนด ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่ลงในคำสั่งอายัดนี้?" เห็นว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกคำสั่งอายัดโดยอาศัยอำนาจในมาตรา ๔๖ ทศ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งวิธีอายัดทรัพย์สินนั้นให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับโดยอนุโลม และประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๒ วรรคสี่ กับระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการอายัดทรัพย์สินตามความในมาตรา ๑๒ แห่งประมวลรัษฎากร

พ.ศ. ๒๕๓๙ ข้อ ๑๕ ได้ระบุเรื่องผลการอายัดไว้ในข้อ (๒) (ก) ว่า "สิทธิเรียกร้องให้ชำระเงิน การอายัดสิทธิเรียกร้องแห่งรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งรวมถึงจำนวนเงินที่ถึงกำหนดชำระภายหลังการอายัดนั้นด้วย แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาว่าคำสั่งอายัดนั้นรวมถึงเงินที่ต้องชำระภายหลังการอายัดด้วยหรือไม่" ซึ่งปรากฏว่า คดีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหนังสืออายัดค่าจ้างของโจทก์ ซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องที่โจทก์จะได้รับจากจำเลยเป็นคราว ๆ โดยมิได้ระบุยกเว้นเงินที่จะถึงกำหนดชำระแก่โจทก์ภายหลังการอายัด ดังนั้น คำสั่งอายัดจึงรวมถึงค่าจ้างที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยภายหลังการอายัดคือค่าจ้างหลังวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ ด้วย จนกว่าคำสั่งอายัดจะสิ้นผล

ปรากฏว่าคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ให้อายัดทรัพย์สินของโจทก์มีกำหนด ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่ลงในคำสั่งนั้น ต่อมาศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาการอายัดทรัพย์สินของโจทก์ออกไปอีก ๑๘๐ วัน จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๓ ระยะเวลาการอายัดที่ศาลอาญาขยายให้ดังกล่าวจึงมีผลครอบคลุมถึงค่าจ้างในระยะเวลาที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยคือระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๒ ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๔๓ ด้วย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างและดอกเบี้ยตามที่ฟ้องให้แก่โจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยข้อสองฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งหมด.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายนพรัตน์ รุพันธ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้