Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56547)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของ จำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกา ไม่ถึง 200,000 บาท ซึ่งต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหา ข้อกฎหมายว่า เมื่อโจทก์ขาดนัดพิจารณาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่าย คดี โจทก์ย่อมไม่สามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวรวมทั้งไม่มีสิทธิ ขอให้พิจารณาคดีใหม่ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ ของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงิน95,015.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ฯลฯ ปรากฏว่าในวันนัดสืบพยาน ฝ่ายโจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ขาดนัดพิจารณาและไม่มีพยานมาสืบ ให้ยกฟ้อง โจทก์และจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความโจทก์ยื่นคำร้องรวมสองฉบับ ฉบับแรกขอให้พิจารณาคดี ใหม่อ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์จงใจ ขาดนัดพิจารณา ไม่มีเหตุจะพิจารณาคดีใหม่ให้ยกคำร้อง คำร้องฉบับหลัง อ้างว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องและจำหน่ายคดีโจทก์เสียจาก สารบบความและที่ให้ยกคำร้องฉบับแรกนั้น เป็นกระบวนพิจารณา ที่ไม่ชอบ ศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณานัดสืบพยานโจทก์ต่อไป แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดีจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 52)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 54)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการพิจารณาโดยผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 จำเลยทั้งสองฎีกาว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายจึงไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 178/2535บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย จำกัดโจทก์นายผ่อง มาชาวนา กับพวกจำเลยนายผ่อง มาชาวนา ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องกรมทางหลวง ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกา ไม่ถึง 200,000 บาท ซึ่งต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหา ข้อกฎหมายว่า เมื่อโจทก์ขาดนัดพิจารณาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่าย คดี โจทก์ย่อมไม่สามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวรวมทั้งไม่มีสิทธิ ขอให้พิจารณาคดีใหม่ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ ของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงิน95,015.95 บาท

พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ฯลฯ ปรากฏว่าในวันนัดสืบพยาน ฝ่ายโจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ขาดนัดพิจารณาและไม่มีพยานมาสืบ ให้ยกฟ้อง โจทก์และจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความโจทก์ยื่นคำร้องรวมสองฉบับ ฉบับแรกขอให้พิจารณาคดี ใหม่อ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์จงใจ ขาดนัดพิจารณา ไม่มีเหตุจะพิจารณาคดีใหม่ให้ยกคำร้อง คำร้องฉบับหลัง อ้างว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องและจำหน่ายคดีโจทก์เสียจาก สารบบความและที่ให้ยกคำร้องฉบับแรกนั้น เป็นกระบวนพิจารณา ที่ไม่ชอบ ศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณานัดสืบพยานโจทก์ต่อไป แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดีจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 52)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 54)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการพิจารณาโดยผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 จำเลยทั้งสองฎีกาว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายจึงไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ตัน เวทไว · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้