Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 56523)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้ร้องยื่นฎีกาไว้ มีเหตุผลที่จะชนะคดีโจทก์ได้ เนื่องจากศาลชั้นต้นได้ประกาศจะขายทอดตลาดทรัพย์สิน อันเป็นมรดกของนายบุญมา มูลตะกร ซึ่งผู้ร้องและจำเลยที่ 3เป็นผู้รับมรดกในวันที่ 23 กันยายน 2534 ปรากฏตามประกาศขายทอดตลาดเอกสารท้ายคำร้อง ซึ่งเดิมผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความในคดีนี้และเมื่ออยู่ในชั้นบังคับคดี ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3ผู้ร้องจึงได้ยื่นคำร้องสอดเพื่อขอให้เพิกถอนคำพิพากษาในส่วนที่ เกี่ยวกับความรับผิดของทายาทของนายบุญมา มูลตะกร เพราะผู้ร้องเห็นว่ากองมรดกของนายบุญมาไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ การประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย หากศาลฎีกามีคำสั่งให้รับคำร้องสอดก็คงจะเป็นเวลาภายหลัง ที่ได้ขายทรัพย์มรดกของนายบุญมาไปแล้ว โปรดพิจารณาคดีนี้โดยด่วนด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง สืบเนื่องจากโจทก์ใช้สิทธิไล่เบี้ยฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกัน รับผิดชำระเงินจำนวน 498,684 บาทซึ่งโจทก์ได้ชำระแก่ ธนาคารทหารไทย จำกัด เจ้าหนี้แทนจำเลยทั้งสามในฐานะผู้ค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 498,684 บาทพร้อมดอกเบี้ย ฯลฯ คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องว่าเป็นบุตรของนายบุญมา มูลตะกรกับจำเลยที่ 3และเป็นทายาทผู้รับมรดกของนายบุญมา จำเลยที่ 3 มิได้ยื่นอุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุดสำหรับจำเลยที่ 3 แต่นายบุญมาไม่ต้องรับผิดตามฟ้องเพราะจำเลยที่ 2 ได้ยอมชำระเงินจำนวน 500,000 บาทแก่โจทก์แล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องทายาทผู้รับมรดกของนายบุญมาให้รับผิดอีก ขอให้ศาลเพิกถอนคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดชำระหนี้ของทายาทผู้รับมรดก จากนายบุญมา โดยขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามคำร้องของ ผู้ร้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษา ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 เท่ากับเป็นการขอให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง คำพิพากษาซึ่งได้อ่านให้คู่ความฟังโดยชอบแล้ว กรณีไม่อาจกระทำได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 เป็นเรื่องที่อยู่ ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ ซึ่งกรณีนี้จะต้องอุทธรณ์คำพิพากษา มิใช่ยื่น คำร้องเข้ามาเช่นนี้ ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนผู้ร้องฎีกา (อันดับ 24)ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 22) คำสั่ง จะได้พิจารณาดำเนินการให้ตามควรแก่กรณี

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 76/2535วัดป่าสามัคคีธรรมโจทก์นางสาวพรพิศ มูลตะกรผู้ร้องนายสมจิตต์ ประนัดทา กับพวกจำเลยนายวัชรินทร์ มาศอมรพันธุ์ ทนายผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 17ความว่า ผู้ร้องยื่นฎีกาไว้ มีเหตุผลที่จะชนะคดีโจทก์ได้ เนื่องจากศาลชั้นต้นได้ประกาศจะขายทอดตลาดทรัพย์สิน อันเป็นมรดกของนายบุญมา มูลตะกร ซึ่งผู้ร้องและจำเลยที่ 3เป็นผู้รับมรดกในวันที่ 23 กันยายน 2534 ปรากฏตามประกาศขายทอดตลาดเอกสารท้ายคำร้อง ซึ่งเดิมผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความในคดีนี้และเมื่ออยู่ในชั้นบังคับคดี ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3ผู้ร้องจึงได้ยื่นคำร้องสอดเพื่อขอให้เพิกถอนคำพิพากษาในส่วนที่

เกี่ยวกับความรับผิดของทายาทของนายบุญมา มูลตะกร เพราะผู้ร้องเห็นว่ากองมรดกของนายบุญมาไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ การประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย หากศาลฎีกามีคำสั่งให้รับคำร้องสอดก็คงจะเป็นเวลาภายหลัง ที่ได้ขายทรัพย์มรดกของนายบุญมาไปแล้ว โปรดพิจารณาคดีนี้โดยด่วนด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง สืบเนื่องจากโจทก์ใช้สิทธิไล่เบี้ยฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกัน รับผิดชำระเงินจำนวน 498,684 บาทซึ่งโจทก์ได้ชำระแก่ ธนาคารทหารไทย จำกัด เจ้าหนี้แทนจำเลยทั้งสามในฐานะผู้ค้ำประกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 498,684 บาทพร้อมดอกเบี้ย ฯลฯ คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องว่าเป็นบุตรของนายบุญมา มูลตะกรกับจำเลยที่ 3และเป็นทายาทผู้รับมรดกของนายบุญมา จำเลยที่ 3 มิได้ยื่นอุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุดสำหรับจำเลยที่ 3 แต่นายบุญมาไม่ต้องรับผิดตามฟ้องเพราะจำเลยที่ 2 ได้ยอมชำระเงินจำนวน 500,000 บาทแก่โจทก์แล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องทายาทผู้รับมรดกของนายบุญมาให้รับผิดอีก ขอให้ศาลเพิกถอนคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดชำระหนี้ของทายาทผู้รับมรดก จากนายบุญมา โดยขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามคำร้องของ ผู้ร้องขอให้เพิกถอนคำพิพากษา ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 เท่ากับเป็นการขอให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง คำพิพากษาซึ่งได้อ่านให้คู่ความฟังโดยชอบแล้ว กรณีไม่อาจกระทำได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 เป็นเรื่องที่อยู่ ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ ซึ่งกรณีนี้จะต้องอุทธรณ์คำพิพากษา มิใช่ยื่น คำร้องเข้ามาเช่นนี้ ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนผู้ร้องฎีกา (อันดับ 24)ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 22) คำสั่ง จะได้พิจารณาดำเนินการให้ตามควรแก่กรณี(สวัสดิ์ โชติพานิช-)

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้