Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ส.ตกลงให้จำเลยเป็นนายหน้าขายที่ดินของส.และที่ดินของโจทก์ร่วมโดยสัญญานายหน้ามีข้อตกลงว่า จำเลย จะต้องนำดินลูกรังมาถมในที่ดินดังกล่าวให้สูงขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อให้ขายได้ราคาสูงขึ้น การที่จำเลย สั่งให้ ค. ขุดทรายแก้วในที่ดินของโจทก์ร่วมโดยอ้างว่าที่ดินเป็นของตน และทำสัญญาขุดทรายกับ ค. โดยระบุว่าจำเลยได้รับมอบอำนาจมาจาก ว. และ ป. มิได้ระบุว่ารับมอบอำนาจมาจากโจทก์ร่วม เมื่อ ว. มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว คงมีเพียง ป. เท่านั้นที่มีชื่อเป็นเจ้าของรวมในที่ดิน แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาปกปิด ข้อเท็จจริงไม่ให้ ค. ทราบว่าที่ดินเป็นของโจทก์ร่วมปรากฏว่าจำเลยขายทรายแก้วที่ขุดได้ให้แก่ ค. ในราคาถึง87,000 บาท โดยมิได้นำเงินนั้นมอบแก่โจทก์ร่วม นับว่าเป็นการ กระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองแล้ว การกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริต มิใช่การกระทำตามสัญญาโดยอาศัยสิทธิอันชอบธรรม เพื่อ ผลประโยชน์ของคู่สัญญาอันเป็นเรื่องทางแพ่ง แต่เป็น ความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์โดยขุดตักทรายแก้วจำนวน 250 เที่ยวรถบรรทุกราคา 87,000 บาท ในที่ดินของโจทก์ร่วมไปโดยทุจริตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ให้จำเลยคืนทรายแก้ว 250 เที่ยวรถบรรทุก หรือใช้ราคาทรัพย์ 87,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานางสาวศิตรี กาญจนาคมานันท์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 1 ปี และให้จำเลยคืนทรายแก้ว250 เที่ยวรถบรรทุก หรือใช้ราคา 87,000 บาท แก่โจทก์ร่วมจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยเพียงว่าการที่จำเลยขุดตักเอาทรายแก้วของโจทก์ร่วมไปเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตหรือไม่ คดีได้ความว่า แต่เดิมนางสมบัติตกลงให้จำเลยเป็นนายหน้าขายที่ดินของนางสมบัติและที่ดินของโจทก์ร่วมตามสัญญานายหน้าเอกสารหมาย จ.6โดยตกลงกันว่าจำเลยจะต้องนำดินลูกรังมาถมในที่ดินดังกล่าวให้สูงขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อให้ขายได้ราคาสูงขึ้นจากนั้นจำเลยตกลงให้นายคเชนทร์ขุดทรายให้ตามสัญญาขุดทรายแล้วถมดินเอกสารหมาย จ.7 ปรากฏว่านายคเชนทร์ขุดทรายแก้วในที่ดินของโจทก์ร่วมโดยจำเลยอ้างว่าเป็นที่ดินของตน ซึ่งการขุดทรายแก้วดังกล่าวโจทก์ร่วมไม่มีส่วนรู้เห็นยินยอมด้วยสำหรับทรายแก้วที่ขุดได้ จำเลยขายให้นายคเชนทร์ไปในราคา87,000 บาท

เห็นว่า การที่จำเลยสั่งให้นายคเชนทร์ขุดทรายแก้วในที่ดินของโจทก์ร่วมโดยโจทก์ร่วมไม่มีส่วนรู้เห็นยินยอมด้วยโดยอ้างว่าที่ดินเป็นของตน กับทำสัญญาขุดทรายกับนายคเชนทร์ตามเอกสารหมาย จ.7 ระบุว่าได้รับมอบอำนาจมาจากนางวัทนณีวิจิตรศิลป์ และนายประเสริฐ วิจิตรโสภณ มิได้ระบุว่ารับมอบอำนาจมาจากโจทก์ร่วมหรือนางสมบัติทั้งนางวัทนณีก็ไม่ปรากฏว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอย่างไรมีเพียงนายประเสริฐเท่านั้นที่มีชื่อเป็นเจ้าของรวมในที่ดินแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงไม่ให้นายคเชนทร์ทราบว่าที่ดินเป็นของโจทก์ร่วมและนางสมบัติ สอดคล้องกับที่นายคเชนทร์เบิกความ ทั้งตามเอกสารหมาย จ.7 ดังกล่าวในข้อ 1 ระบุว่าให้ขุดแล้วถมดินลูก

รังจืด เท่าหน้าดินเดิมมิใช่ปรับหน้าดินโดยนำลูกรังมาถมให้มีความสูงขึ้น 50 เซนติเมตรตามสัญญานายหน้าเอกสารหมาย จ.6 นอกจากนี้จำเลยได้ขายทรายแก้วที่ขุดได้ให้แก่นายคเชนทร์ในราคาถึง 87,000 บาท ซึ่งมิใช่จำนวนเล็กน้อย โดยมิได้นำเงินที่ได้มามอบให้โจทก์ร่วมนับว่าเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองแล้ว ที่จำเลยอ้างว่ากระทำไปเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการถมดินหรือทำให้หน้าดินแน่น จึงฟังไม่ขึ้นรูปคดีจึงชี้ชัดได้ว่า การกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริตกรณีมิใช่จำเลยกระทำตามสัญญาและอาศัยสิทธิโดยชอบธรรมเพื่อผลประโยชน์ของคู่สัญญาทุกฝ่ายอันเป็นเรื่องทางแพ่งดังจำเลยอ้าง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัตร์ สุขเกษม · จรัญ หัตถกรรม · ชนะ ภาสกานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้