Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56426)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์และเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรค 2 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินจำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระเงินตามสัญญาจำนอง พร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2527 อันเป็นวันจดทะเบียนจำนองเป็นต้นไปจนถึงวันฟ้องแต่ไม่เกิน 5 ปี เป็นการไถ่ถอนจำนอง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 118) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าคำร้องมาจำนวน200 บาท (อันดับ 128) คำสั่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ดิน อ้างว่า ได้ทำสัญญาจำนองไว้กับจำเลยเพราะถูกฉ้อฉลให้ลงชื่อในสัญญาจำนองโดยไม่ได้รับเงิน จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจำนองไว้กับจำเลยโดยลงชื่อในสัญญาจำนองด้วยความสมัครใจมิได้ถูกกลฉ้อฉลแต่อย่างใด และโจทก์ได้รับเงินจำนวน 40,000 บาท ตามสัญญาจำนองจากจำเลยไปครบถ้วนแล้ว และฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระเงินจำนวน40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปี รวมเป็นเงิน70,000 บาทให้แก่จำเลย กับให้โจทก์ไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองตามสัญญาจำนอง ด้วยเช่นนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท โจทก์ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 แม้เป็นคดีที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่ได้รับการยกเว้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องส่วนที่เกิน 40 บาทให้โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1937/2536นางบาง บุญเกิดโจทก์นางสมพร ศิริชนะจำเลยนางบาง บุญเกิด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์และเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรค 2 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินจำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระเงินตามสัญญาจำนอง พร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2527 อันเป็นวันจดทะเบียนจำนองเป็นต้นไปจนถึงวันฟ้องแต่ไม่เกิน 5 ปี เป็นการไถ่ถอนจำนอง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 118) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าคำร้องมาจำนวน200 บาท (อันดับ 128) คำสั่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ดิน อ้างว่า ได้ทำสัญญาจำนองไว้กับจำเลยเพราะถูกฉ้อฉลให้ลงชื่อในสัญญาจำนองโดยไม่ได้รับเงิน จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจำนองไว้กับจำเลยโดยลงชื่อในสัญญาจำนองด้วยความสมัครใจมิได้ถูกกลฉ้อฉลแต่อย่างใด และโจทก์ได้รับเงินจำนวน 40,000 บาท ตามสัญญาจำนองจากจำเลยไปครบถ้วนแล้ว และฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระเงินจำนวน40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปี รวมเป็นเงิน70,000 บาทให้แก่จำเลย กับให้โจทก์ไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองตามสัญญาจำนอง ด้วยเช่นนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท

โจทก์ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 แม้เป็นคดีที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่ได้รับการยกเว้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องส่วนที่เกิน 40 บาทให้โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้