Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56421)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยมีทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายปะปนกันซึ่งข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติว่านายวีระแคชัยภูมิ จำเลย มอบอำนาจเป็นหนังสือให้นายวัชรินทร์แถวโนนงิ้ว ไปจดทะเบียนโอนที่ดินและเจ้าหน้าที่รับรองว่าหนังสือมอบอำนาจทำต่อหน้าจริงหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่จึงเป็นการตีความในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่เป็น สาระสำคัญแห่งคดี และการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ปรับตัวบท กฎหมายแตกต่างกันศาลชั้นต้น จึงเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย เพราะเหตุว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดตามตัวบทกฎหมายดังที่ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวเกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้จำเลย ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 115,116) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,171(1) ให้จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทความผิดตาม มาตรา 171(1)(ที่ถูกคือ 181(1)) ให้ปรับจำเลย 10,000 บาท อีกสถานหนึ่งโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยต่างยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ส่วนฎีกาของจำเลยมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 99,101) ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 114) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,171(1)(ที่ถูก 181(1)) จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษา แก้เป็นว่า โทษจำคุกจากไม่รอเป็นรอการลงโทษและไม่ปรับบทลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 181(1) แม้จะเป็นการแก้ไขมากแต่มิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จำเลยฎีกาว่าเหตุที่จำเลยฟ้องผู้เสียหายเป็นคดีเพราะจำเลยเชื่อว่าหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปทำสัญญาซื้อขายที่ดินแทนตนใช้ได้ แต่ผู้เสียหายในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ดินไม่ยอมทำ จึงได้ฟ้องผู้เสียหายในฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เท่ากับโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสองว่า จำเลยทราบหรือไม่ทราบเหตุที่จำเลย ฟ้องผู้เสียหาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1925/2536พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิโจทก์นายวีระ แคชัยภูมิจำเลยนายวัชรินทร์ แถวโนนงิ้ว ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยมีทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายปะปนกันซึ่งข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติว่านายวีระแคชัยภูมิ จำเลย มอบอำนาจเป็นหนังสือให้นายวัชรินทร์แถวโนนงิ้ว ไปจดทะเบียนโอนที่ดินและเจ้าหน้าที่รับรองว่าหนังสือมอบอำนาจทำต่อหน้าจริงหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่จึงเป็นการตีความในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่เป็น สาระสำคัญแห่งคดี และการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ปรับตัวบท กฎหมายแตกต่างกันศาลชั้นต้น จึงเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย เพราะเหตุว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดตามตัวบทกฎหมายดังที่ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย

ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวเกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้จำเลย ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 115,116) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,171(1) ให้จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทความผิดตาม มาตรา 171(1)(ที่ถูกคือ 181(1)) ให้ปรับจำเลย 10,000 บาท อีกสถานหนึ่งโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยต่างยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ส่วนฎีกาของจำเลยมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว(อันดับ 99,101) ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 114) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175,171(1)(ที่ถูก 181(1)) จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษา แก้เป็นว่า โทษจำคุกจากไม่รอเป็นรอการลงโทษและไม่ปรับบทลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 181(1) แม้จะเป็นการแก้ไขมากแต่มิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จำเลยฎีกาว่าเหตุที่จำเลยฟ้องผู้เสียหายเป็นคดีเพราะจำเลยเชื่อว่าหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปทำสัญญาซื้อขายที่ดินแทนตนใช้ได้ แต่ผู้เสียหายในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ดินไม่ยอมทำ จึงได้ฟ้องผู้เสียหายในฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เท่ากับโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสองว่า จำเลยทราบหรือไม่ทราบเหตุที่จำเลย ฟ้องผู้เสียหาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · จิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 1 เดือน 15 วัน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนเช่นกัน จึงต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าคนละ 1 เดือน 15 วัน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 คนละ 1 เดือน 15 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 5 อีกสถานหนึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้