Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56418)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง และปรากฏว่าผู้พิพากษาที่ได้นั่ง พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกา ผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องข้อ 2.1 และ 2.2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่คดีในชั้นของผู้ร้องเป็นคดี ขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ คดีของผู้ร้อง จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.3และ 2.4 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบ เรียบร้อยของประชาชนที่ได้ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ และเป็นสาระสำคัญแห่งคดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของผู้ร้องด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้อง คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันรื้อถอนกำแพงคอนกรีต และพื้นคอนกรีตในกำแพงให้พ้นจาก ทางเข้าออกหน้าตึกแถวของโจทก์ และทำทางเข้าออกให้มีพื้นที่ กว้างเท่าเดิม ถ้าจำเลยทั้งสองไม่รื้อถอน ให้โจทก์เป็น ผู้รื้อถอนโดยจำเลยเป็นคนออกค่าใช้จ่าย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนที่ ให้โจทก์รื้อถอนกำแพงและพื้นคอนกรีตโดยจำเลยเป็นผู้ออก ค่าใช้จ่ายนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุด จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำบังคับศาลชั้นต้น หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการให้เป็นไป ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่ผู้เดียวในที่ดินโฉนดเลขที่ 3171 และ 58866 แขวงบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2527 ผู้ร้องได้ทำการเทพื้นและสร้างรั้วกำแพงคอนกรีตลงบนที่ดินโฉนด เลขที่ 3171 เพื่อใช้เป็นที่เก็บของและจอดรถของผู้ร้อง โดยเว้นพื้นที่เป็นช่องทางให้ผู้เป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียง อาศัยเป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะได้ ต่อมาเมื่อวันที่21 มิถุนายน 2533 มีหมายเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศที่กำแพงคอนกรีตที่ผู้ร้องสร้างไว้บังคับให้จำเลยและบริวาร ปฏิบัติตามคำพิพากษา หมายบังคับคดีดังกล่าวจึงเป็นการโต้แย้ง สิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกและไม่ใช่บริวาร ของจำเลยทั้งสอง คำพิพากษาของศาลไม่ผูกพันผู้ร้อง ผู้ร้อง จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา ขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีตามหมายบังคับ และปล่อยทรัพย์ ที่จะต้องถูกบังคับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ ผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 91) ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 94) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดโดยสร้างกำแพงคอนกรีตและเทพื้นคอนกรีตหลังตึกแถว ที่จำเลยทั้งสองครอบครอง ปิดกั้นทางเดินหน้าตึกแถวของ โจทก์ทั้งสอง ซึ่งเจ้าของเดิมได้อุทิศให้เป็นทางสาธารณะ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อกำแพงและพื้นคอนกรีตออกไป คำฟ้องดังกล่าวเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณ เป็นเงินได้ และศาลได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอน สิ่งก่อสร้างดังกล่าวออกไป คดีถึงที่สุดแล้ว และผู้ร้องสอด ได้ร้องเข้ามาในชั้นบังคับคดีอ้างว่าหมายบังคับคดีดังกล่าว ได้โต้แย้งสิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอก ขอให้ศาล มีคำสั่งงดการบังคับคดีตามหมายบังคับคดี และปล่อยทรัพย์ ที่จะต้องถูกบังคับคดี นั้น เป็นคดีที่สืบเนื่องจากคดีเดิม การดำเนินคดีตามคำร้องดังกล่าวจึงเป็นคดีฟ้องขอให้ ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นเงินได้ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ซึ่งไม่ต้องห้ามให้ผู้ร้องฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ให้รับฎีกา ของผู้ร้อง และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1921/2536นายชิต สิทธิบูรณะ กับพวกโจทก์ผู้ร้องสอดโจทก์นายวุฒิชัย ศรีสันติธรรมโจทก์นางกิมลั้ง แซ่ลิ้ม กับพวกจำเลยนายวุฒิชัย ศรีสันติธรรม ผู้ร้องสอดผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง และปรากฏว่าผู้พิพากษาที่ได้นั่ง พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกา ผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องข้อ 2.1 และ 2.2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่คดีในชั้นของผู้ร้องเป็นคดี ขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ คดีของผู้ร้อง จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.3และ 2.4 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบ เรียบร้อยของประชาชนที่ได้ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ และเป็นสาระสำคัญแห่งคดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของผู้ร้องด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้อง

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันรื้อถอนกำแพงคอนกรีต และพื้นคอนกรีตในกำแพงให้พ้นจาก ทางเข้าออกหน้าตึกแถวของโจทก์ และทำทางเข้าออกให้มีพื้นที่ กว้างเท่าเดิม ถ้าจำเลยทั้งสองไม่รื้อถอน ให้โจทก์เป็น ผู้รื้อถอนโดยจำเลยเป็นคนออกค่าใช้จ่าย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนที่ ให้โจทก์รื้อถอนกำแพงและพื้นคอนกรีตโดยจำเลยเป็นผู้ออก ค่าใช้จ่ายนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุด จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำบังคับศาลชั้นต้น หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการให้เป็นไป ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่ผู้เดียวในที่ดินโฉนดเลขที่ 3171 และ 58866 แขวงบางซื่อ

เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2527 ผู้ร้องได้ทำการเทพื้นและสร้างรั้วกำแพงคอนกรีตลงบนที่ดินโฉนด เลขที่ 3171 เพื่อใช้เป็นที่เก็บของและจอดรถของผู้ร้อง โดยเว้นพื้นที่เป็นช่องทางให้ผู้เป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียง อาศัยเป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะได้ ต่อมาเมื่อวันที่21 มิถุนายน 2533 มีหมายเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศที่กำแพงคอนกรีตที่ผู้ร้องสร้างไว้บังคับให้จำเลยและบริวาร ปฏิบัติตามคำพิพากษา หมายบังคับคดีดังกล่าวจึงเป็นการโต้แย้ง สิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกและไม่ใช่บริวาร ของจำเลยทั้งสอง คำพิพากษาของศาลไม่ผูกพันผู้ร้อง ผู้ร้อง จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา ขอให้ศาลมีคำสั่งงดการบังคับคดีตามหมายบังคับ และปล่อยทรัพย์ ที่จะต้องถูกบังคับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ ผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 91) ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 94) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดโดยสร้างกำแพงคอนกรีตและเทพื้นคอนกรีตหลังตึกแถว ที่จำเลยทั้งสองครอบครอง ปิดกั้นทางเดินหน้าตึกแถวของ โจทก์ทั้งสอง ซึ่งเจ้าของเดิมได้อุทิศให้เป็นทางสาธารณะ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อกำแพงและพื้นคอนกรีตออกไป คำฟ้องดังกล่าวเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณ เป็นเงินได้ และศาลได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอน สิ่งก่อสร้างดังกล่าวออกไป คดีถึงที่สุดแล้ว และผู้ร้องสอด ได้ร้องเข้ามาในชั้นบังคับคดีอ้างว่าหมายบังคับคดีดังกล่าว ได้โต้แย้งสิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอก ขอให้ศาล มีคำสั่งงดการบังคับคดีตามหมายบังคับคดี และปล่อยทรัพย์ ที่จะต้องถูกบังคับคดี

นั้น เป็นคดีที่สืบเนื่องจากคดีเดิม การดำเนินคดีตามคำร้องดังกล่าวจึงเป็นคดีฟ้องขอให้ ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นเงินได้ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ซึ่งไม่ต้องห้ามให้ผู้ร้องฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ให้รับฎีกา ของผู้ร้อง และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · ประดิษฐ์ เอกมณี · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้