Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56348)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาทรัพย์พิพาทไว้เป็นเงิน 180,000 บาท ปรากฏตามบัญชีทรัพย์ ที่ยึด ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2525 มิใช่ราคา 200,000 บาทดังที่โจทก์อ้างในฎีกา ต้องถือว่าคดีนี้มีทุนทรัพย์เพียง180,000 บาทเท่านั้น โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ตามบัญชีทรัพย์ที่ยึดเป็นราคาประเมินเฉพาะที่ดิน ไม่รวมถึงสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินคือบ้านซึ่งมีราคา20,000 บาท ดังนั้นทุนทรัพย์ในคดีนี้จึงมีราคา 200,000 บาทซึ่งโจทก์ก็ ได้เสียค่าขึ้นศาลในราคาทุนทรัพย์นี้ เมื่อทุนทรัพย์มีราคา 200,000 บาท โจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ผู้ร้องได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 112)คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึง ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมบ้าน ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว อ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดคืนแก่ผู้ร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยทรัพย์พิพาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 104)โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 107,110)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ทรัพย์สินที่พิพาทในชั้นฎีกาคือ ที่ดินราคา 180,000 บาท และบ้านราคา 20,000 บาท รวมราคาทรัพย์สินที่พิพาทไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้าม มิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องที่ชำระเกินมา 160 บาท ให้แก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1577/2536นายนเรศ แก้วรัตนภัทร์โจทก์นายประสิทธิ์ ประสาททองผู้ร้องนางสุพร โรจนเบญจกุล กับพวกจำเลยนายนเรศ แก้วรัตนภัทร์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 151, ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาทรัพย์พิพาทไว้เป็นเงิน 180,000 บาท ปรากฏตามบัญชีทรัพย์ ที่ยึด ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2525 มิใช่ราคา 200,000 บาทดังที่โจทก์อ้างในฎีกา ต้องถือว่าคดีนี้มีทุนทรัพย์เพียง180,000 บาทเท่านั้น

โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ตามบัญชีทรัพย์ที่ยึดเป็นราคาประเมินเฉพาะที่ดิน ไม่รวมถึงสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินคือบ้านซึ่งมีราคา20,000 บาท ดังนั้นทุนทรัพย์ในคดีนี้จึงมีราคา 200,000 บาทซึ่งโจทก์ก็ ได้เสียค่าขึ้นศาลในราคาทุนทรัพย์นี้ เมื่อทุนทรัพย์มีราคา 200,000 บาท โจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ผู้ร้องได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 112)คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึง ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมบ้าน ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว

อ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดคืนแก่ผู้ร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยทรัพย์พิพาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 104)โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 107,110)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ทรัพย์สินที่พิพาทในชั้นฎีกาคือ ที่ดินราคา 180,000 บาท และบ้านราคา 20,000 บาท รวมราคาทรัพย์สินที่พิพาทไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้าม มิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องที่ชำระเกินมา 160 บาท ให้แก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ตรีเพชร · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5929/2548

แม้โจทก์ทั้งสี่ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคู่ความในคดีเดียวกันเพราะโจทก์ทั้งสี่มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 59 ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงข้ออ้างที่โจทก์ทั้งสี่ยกขึ้นเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1432/2546

โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ต่างฟ้องขอบังคับให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้าง กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6697/2540

เมื่อจำเลยฎีกาทั้งในส่วนของคำฟ้องเดิมและในส่วนของคำฟ้องแย้ง ในกรณีเช่นนี้การพิจารณาทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาว่าจะฎีกาในข้อเท็จจริงได้หรือไม่ต้องแยกพิจารณากันคนละส่วน มิใช่พิจารณาทุนทรัพย์รวมกัน ป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56373)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาประเด็นข้อ 1.แม้ผู้ฎีกาจะโต้แย้งเรื่องระยะเวลาเอาคืนซึ่งการครอบครองก็ตาม แต่ต้องวินิจฉัยถึงวันที่มีการรบกวนหรือแย่งการครอบครองเสียก่อน จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้