Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56338)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 ส่วนฎีกาที่อ้างว่าเป็นข้อกฎหมายนั้น เป็นข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นมาว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้น ตามมาตรา 195 ประกอบมาตรา 225 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็น ผู้กระทำความผิดแต่ทางพิจารณาปรากฏว่าบุตรของจำเลยกับพวก เป็นผู้กระทำ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงแตกต่าง กับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จำเลยย่อมไม่ต้องรับผิด และการ กระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ล้วนเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ ว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้น ก็เป็นข้อยกเว้นให้ฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 63)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 362 จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 3 ปีฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 62 แผ่นที่ 2)ทนายจำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลย ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดแต่ทางพิจารณาปรากฏว่า บุตรจำเลยกับพวกเป็นผู้กระทำ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการ พิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จำเลยย่อม ไม่ต้องรับผิด โดยเนื้อแท้ในฎีกาของจำเลยในส่วนนี้จำเลยมี ความประสงค์จะให้รับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด เป็นกรณีที่จำเลยโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินเนื้อที่ไม่ถึง 1 ตารางวา และจำเลย เอากระถางต้นไม้ไปวางไว้จึงไม่เป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์ และการกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนากระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้น ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน คำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1553/2536พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์พันเอกเอนก เหรียญตระกูลจำเลยนายเจริญ แสนเยีย ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 ส่วนฎีกาที่อ้างว่าเป็นข้อกฎหมายนั้น เป็นข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นมาว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้น ตามมาตรา 195 ประกอบมาตรา 225 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็น ผู้กระทำความผิดแต่ทางพิจารณาปรากฏว่าบุตรของจำเลยกับพวก เป็นผู้กระทำ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงแตกต่าง กับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จำเลยย่อมไม่ต้องรับผิด และการ กระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ล้วนเป็นฎีกาใน ปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ ว่ากล่าวกันมาแต่ในศาลชั้นต้น

ก็เป็นข้อยกเว้นให้ฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 63)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(3) ประกอบมาตรา 362 จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 3 ปีฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 62 แผ่นที่ 2)ทนายจำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลย ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดแต่ทางพิจารณาปรากฏว่า

บุตรจำเลยกับพวกเป็นผู้กระทำ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการ พิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จำเลยย่อม ไม่ต้องรับผิด โดยเนื้อแท้ในฎีกาของจำเลยในส่วนนี้จำเลยมี ความประสงค์จะให้รับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด เป็นกรณีที่จำเลยโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินเนื้อที่ไม่ถึง 1 ตารางวา และจำเลย เอากระถางต้นไม้ไปวางไว้จึงไม่เป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์ และการกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนากระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้องนั้น ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน คำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · จิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้