Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56318)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย 2 กรรม จำคุกกระทงละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า เป็นการกระทำกรรมเดียว จำคุก 6 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อยคู่ความต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงส่วนข้อ 2.2ไม่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นเรื่องที่ขอให้ศาลรอการลงโทษ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนข้อ 2.2 เป็นเรื่องการตีความในสัญญาว่าการบอกเลิกการเช่ามีผลเมื่อใดการครอบครองทรัพย์สินที่เช่าสิ้นสุดลงในวันที่เช่าหรือไม่ เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 95)คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2929/2534 แต่คดีหมายเลขแดงที่ 2929/2534ถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 ประกอบมาตรา 365(3) จำคุกกระทงละ 1 ปีเรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลย 6 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 92)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาข้อ 2.1 ขอให้ศาลฎีการอการลงโทษจำคุกจำเลย เป็นฎีกาดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาข้อ 2.2 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เช่าร้านอาหารของจำเลยมาดำเนินกิจการเมื่อโจทก์ยังครอบครองร้านอาหารอยู่ จำเลยไม่มีอำนาจกระทำโดยพลการที่จะใช้กุญแจปิดประตูร้านอาหารไม่ให้โจทก์เข้าไปในร้านอาหารได้ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุก จำเลยฎีกาว่า โจทก์ เช่าร้านอาหารของจำเลยเป็นรายวัน การเช่าสิ้นสุดลงในแต่ละวัน จำเลยได้ไล่โจทก์ออกจากร้านอาหารเมื่อสิ้นสุดเวลาเช่าแล้ว โดยอ้างว่าเป็นฎีกาเกี่ยวกับการตีความสัญญาเช่าว่าสิ้นสุด ลงเมื่อใด เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาจำเลยดังกล่าวไม่ใช่ปัญหา เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่เป็นฎีกาโต้เถียง ปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 218 วรรคหนึ่งที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1474/2536นายจิรพงษ์ แก้วกังวาลโจทก์นายสุวรรณ โพธิ์สินศิริพรจำเลยนายสุวรรณ โพธิ์สินศิริพร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย 2 กรรม จำคุกกระทงละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า เป็นการกระทำกรรมเดียว จำคุก 6 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อยคู่ความต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงส่วนข้อ 2.2ไม่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นเรื่องที่ขอให้ศาลรอการลงโทษ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนข้อ 2.2 เป็นเรื่องการตีความในสัญญาว่าการบอกเลิกการเช่ามีผลเมื่อใดการครอบครองทรัพย์สินที่เช่าสิ้นสุดลงในวันที่เช่าหรือไม่ เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 95)คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2929/2534 แต่คดีหมายเลขแดงที่ 2929/2534ถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 ประกอบมาตรา 365(3) จำคุกกระทงละ 1 ปีเรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก 2 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลย 6 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 92)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยฎีกาข้อ 2.1 ขอให้ศาลฎีการอการลงโทษจำคุกจำเลย เป็นฎีกาดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาข้อ 2.2 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เช่าร้านอาหารของจำเลยมาดำเนินกิจการเมื่อโจทก์ยังครอบครองร้านอาหารอยู่ จำเลยไม่มีอำนาจกระทำโดยพลการที่จะใช้กุญแจปิดประตูร้านอาหารไม่ให้โจทก์เข้าไปในร้านอาหารได้ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุก จำเลยฎีกาว่า โจทก์ เช่าร้านอาหารของจำเลยเป็นรายวัน การเช่าสิ้นสุดลงในแต่ละวัน จำเลยได้ไล่โจทก์ออกจากร้านอาหารเมื่อสิ้นสุดเวลาเช่าแล้ว โดยอ้างว่าเป็นฎีกาเกี่ยวกับการตีความสัญญาเช่าว่าสิ้นสุด ลงเมื่อใด เป็นฎีกาปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชน

ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาจำเลยดังกล่าวไม่ใช่ปัญหา เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่เป็นฎีกาโต้เถียง ปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 218 วรรคหนึ่งที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้