Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56317)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีมีคำสั่งไม่รับรองให้ฎีกา ดังนั้นเมื่อคดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้จำเลยยื่นฎีกาทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายในประเด็นว่าใครเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามกฎหมายในที่ดินพิพาท ซึ่งจากพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมาน่าเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท จำเลยจึง ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมาย การที่โจทก์ ไม่ได้ ฟ้องคดีภายใน 1 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ แม้คดีนี้ จะเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท และเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงก็ตาม แต่โจทก์ฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่ให้คู่ความยื่นฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) เลขที่ 341 หมู่ที่ 7ตำบลบ้านโศก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยและบริวารของจำเลยงดเว้นกระทำการอันเป็นการรบกวน สิทธิครอบครองของโจทก์เสีย กับให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของโจทก์ต่อสำนักงานที่ดินอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ หากเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 80)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86)คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินของนางมี พั้วพวง รวมทั้งที่พิพาทมาโดยตลอด จำเลยไม่เคยแย่งการครอบครองจากโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิครอบครอง จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทด้วยความสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จำเลยจึงมีสิทธิครอบครองเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริง และคดีมีข้อพิพาทว่าโจทก์หรือจำเลยเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท เป็นคดีมีทุนทรัพย์ ไม่ใช่คดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกสำหรับข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ฟ้องเอาคืนการครอบครองภายในกำหนด 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความนั้น เมื่อฟังว่าจำเลยไม่เคยแย่งการครอบครองจากโจทก์ ข้อฎีกาดังกล่าวจึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระคดี ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1473/2536นางกา พั้วพวงโจทก์นายน้อย ก้อนดีจำเลยนายน้อย ก้อนดี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีมีคำสั่งไม่รับรองให้ฎีกา ดังนั้นเมื่อคดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้จำเลยยื่นฎีกาทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายในประเด็นว่าใครเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามกฎหมายในที่ดินพิพาท ซึ่งจากพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมาน่าเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท จำเลยจึง ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมาย การที่โจทก์ ไม่ได้ ฟ้องคดีภายใน 1 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ แม้คดีนี้

จะเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท และเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงก็ตาม แต่โจทก์ฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง อันเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายที่ให้คู่ความยื่นฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) เลขที่ 341 หมู่ที่ 7ตำบลบ้านโศก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยและบริวารของจำเลยงดเว้นกระทำการอันเป็นการรบกวน สิทธิครอบครองของโจทก์เสีย กับให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ของโจทก์ต่อสำนักงานที่ดินอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ หากเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 80)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86)คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินของนางมี พั้วพวง รวมทั้งที่พิพาทมาโดยตลอด จำเลยไม่เคยแย่งการครอบครองจากโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิครอบครอง จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทด้วยความสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จำเลยจึงมีสิทธิครอบครองเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริง และคดีมีข้อพิพาทว่าโจทก์หรือจำเลยเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท เป็นคดีมีทุนทรัพย์ ไม่ใช่คดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกสำหรับข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ฟ้องเอาคืนการครอบครองภายในกำหนด 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความนั้น เมื่อฟังว่าจำเลยไม่เคยแย่งการครอบครองจากโจทก์ ข้อฎีกาดังกล่าวจึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระคดี ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้