Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56298)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการแก้ไขมาก จำเลยย่อมฎีกาได้ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวหรือไม่ ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายอีกด้วยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 106แผ่นที่ 1)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ให้จำคุก 6 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 105)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 106)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์เพียงแต่พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลยจากจำคุก 6 ปี เป็น 4 ปี ไม่ได้แก้บทมาตราด้วย เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นฝ่ายท้าทายผู้เสียหายให้ชกต่อยกัน แม้จำเลยจะถูกผู้เสียหายชกต่อยก่อน จำเลยจึงชักมีดแทงผู้เสียหาย ก็เป็นการสมัครใจเข้าทำร้ายซึ่งกันและกันไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยฎีกาสรุปได้ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน คำเบิกความของพยานโจทก์ฟังได้ว่า แม้จำเลยจะเป็นฝ่ายท้าทายผู้เสียหายไปชกต่อยกันที่วัดโพธิ์วงษ์จำเลยยังไม่สมัครใจต่อสู้กับผู้เสียหายในขณะนั้น แต่เมื่อผู้เสียหายชกต่อยจำเลยก่อนและชักมีดจะแทงจำเลย จำเลยแย่งมีดได้จึงแทงผู้เสียหาย เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้ฎีกาของจำเลยเท่ากับเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นยุติเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษให้จำเลยนั้นเป็นฎีกาดุลพินิจซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน ฎีกาของจำเลยทุกข้อต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1365/2536พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์นายสมชาย มีทรัพย์จำเลยนายสมชาย มีทรัพย์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการแก้ไขมาก จำเลยย่อมฎีกาได้ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวหรือไม่ ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายอีกด้วยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 106แผ่นที่ 1)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ให้จำคุก 6 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 105)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 106)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์เพียงแต่พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลยจากจำคุก 6 ปี เป็น 4 ปี ไม่ได้แก้บทมาตราด้วย เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นฝ่ายท้าทายผู้เสียหายให้ชกต่อยกัน แม้จำเลยจะถูกผู้เสียหายชกต่อยก่อน จำเลยจึงชักมีดแทงผู้เสียหาย ก็เป็นการสมัครใจเข้าทำร้ายซึ่งกันและกันไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

จำเลยฎีกาสรุปได้ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน คำเบิกความของพยานโจทก์ฟังได้ว่า แม้จำเลยจะเป็นฝ่ายท้าทายผู้เสียหายไปชกต่อยกันที่วัดโพธิ์วงษ์จำเลยยังไม่สมัครใจต่อสู้กับผู้เสียหายในขณะนั้น แต่เมื่อผู้เสียหายชกต่อยจำเลยก่อนและชักมีดจะแทงจำเลย จำเลยแย่งมีดได้จึงแทงผู้เสียหาย เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้ฎีกาของจำเลยเท่ากับเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นยุติเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษให้จำเลยนั้นเป็นฎีกาดุลพินิจซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน ฎีกาของจำเลยทุกข้อต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ ตันติเตมิท · ก้าน อันนานนท์ · ประยูร มูลศาสตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้