Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56274)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ ฎีกาจำเลยที่ 1 แล้ว เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในการรับฟังพยานหลักฐานทั้งสิ้น และทุนทรัพย์พิพาทใน ชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่ต้อง ห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน120,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 20,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2532 และของต้นเงิน 100,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2533 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 147,075 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2533 อันเป็นวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 124)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247,252 ภายในวันที่ 4 พฤษภาคม 2536 ก่อน มิฉะนั้นไม่รับคำร้อง ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องลง วันที่ 4 พฤษภาคม 2536 ว่า การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยที่ 1 เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งคำร้อง ไปยังศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไปยัง ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาศาลชั้นต้นรวมมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 มิได้ปฏิบัติตามคำสั่งข้างต้น รวมคำร้องนี้และสำนวนส่ง ศาลฎีกา (อันดับ 128,129)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานเรื่องการวางเงินมัดจำตามสัญญาจะขายที่ดิน และเป็นฎีกาโต้แย้งคัดค้านดุลพินิจในเรื่องกำหนดค่าเสียหายของศาลอุทธรณ์ เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1197/2536นางกิมเฮี๊ยะ ชโลธรโจทก์นายทิพย์ พงษ์สุวรรณ์ กับพวกจำเลยนางสาวสุนทราภรณ์ คำชำนาญ ทนายจำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ ฎีกาจำเลยที่ 1 แล้ว เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในการรับฟังพยานหลักฐานทั้งสิ้น และทุนทรัพย์พิพาทใน ชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นปัญหา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่ต้อง ห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน120,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 20,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2532 และของต้นเงิน 100,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2533 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 147,075 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2533 อันเป็นวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 124)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247,252 ภายในวันที่ 4 พฤษภาคม 2536 ก่อน มิฉะนั้นไม่รับคำร้อง ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องลง วันที่ 4 พฤษภาคม 2536 ว่า การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยที่ 1 เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งคำร้อง ไปยังศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไปยัง ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาศาลชั้นต้นรวมมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 มิได้ปฏิบัติตามคำสั่งข้างต้น รวมคำร้องนี้และสำนวนส่ง ศาลฎีกา (อันดับ 128,129)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานเรื่องการวางเงินมัดจำตามสัญญาจะขายที่ดิน และเป็นฎีกาโต้แย้งคัดค้านดุลพินิจในเรื่องกำหนดค่าเสียหายของศาลอุทธรณ์ เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล สระฏัน · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้