Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56272)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ ฎีกาจำเลยที่ 3 แล้ว เป็นการโต้แย้งดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 ในประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยที่ 3 ตามคำให้การของผู้เสียหายควรจะเป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ฐานข่มขืนกระทำชำเรา หรือตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ฐานกระทำอนาจาร ประเด็น ดังกล่าวนี้ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 125)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคหนึ่ง,278, 318 วรรคสาม,83 จำเลยที่ 1 และที่ 3 อายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษ ให้กึ่งหนึ่ง ความผิดตามมาตรา 318 วรรคสาม จำคุกคนละ 2 ปี ความผิดตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง,278 เป็นกรรมเดียวผิด กฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง อันเป็น บทหนักตามมาตรา 90 จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 5 ปี ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับ จำเลยที่ 3 ในข้อหาฐานพรากผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสาม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 122)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 123)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 3 โดยตลอดแล้ว สรุปความ ตามฎีกาจำเลยที่ 3 ได้ว่า ตามพฤติการณ์การกระทำ ของจำเลยที่ 3 ที่ผู้เสียหายเบิกความจำเลยที่ 3 ไม่มีเจตนาข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหาย เพราะเมื่อจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เสร็จแล้ว จำเลยที่ 3 เพียงเข้าไปกอดจูบผู้เสียหายโดย จำเลยที่ 3 ไม่ได้ถอดเสื้อและกางเกงแต่อย่างใด การกระทำของ จำเลยที่ 3 เป็นเพียงกระทำอนาจารผู้เสียหายเท่านั้น การพิจารณาการกระทำความผิด ต้องพิจารณาถึงเจตนาที่แท้จริง เป็นสำคัญ การวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำเบิกความของผู้เสียหายปรักปรำจำเลยที่ 3 ไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่ 3 ได้นั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับฟังข้อเท็จจริงว่าขณะจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจำเลยที่ 3 จับมือ กดบ่า ผู้เสียหายไว้ไม่ให้ดิ้น เป็นการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหายฎีกาจำเลยที่ 3 โต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าวของ ศาลล่างทั้งสอง เป็นฎีกาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 3 โต้แย้งว่า เป็นฎีกาข้อกฎหมาย ฟังไม่ขึ้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกา จำเลยที่ 3 ชอบด้วยความเห็นศาลฎีกาแล้วให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 3

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1189/2536พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์โจทก์นายศักดา บัวราช กับพวกจำเลยนายณัฐวุฒิ จันทรี จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ ฎีกาจำเลยที่ 3 แล้ว เป็นการโต้แย้งดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 ในประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยที่ 3 ตามคำให้การของผู้เสียหายควรจะเป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ฐานข่มขืนกระทำชำเรา หรือตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ฐานกระทำอนาจาร ประเด็น ดังกล่าวนี้ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 125)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคหนึ่ง,278, 318 วรรคสาม,83 จำเลยที่ 1 และที่ 3 อายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษ ให้กึ่งหนึ่ง ความผิดตามมาตรา 318 วรรคสาม จำคุกคนละ 2 ปี ความผิดตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง,278 เป็นกรรมเดียวผิด กฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง อันเป็น บทหนักตามมาตรา 90 จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 5 ปี ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับ จำเลยที่ 3 ในข้อหาฐานพรากผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสาม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 122)จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 123)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 3 โดยตลอดแล้ว สรุปความ ตามฎีกาจำเลยที่ 3 ได้ว่า ตามพฤติการณ์การกระทำ ของจำเลยที่ 3 ที่ผู้เสียหายเบิกความจำเลยที่ 3 ไม่มีเจตนาข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหาย เพราะเมื่อจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เสร็จแล้ว จำเลยที่ 3 เพียงเข้าไปกอดจูบผู้เสียหายโดย จำเลยที่ 3 ไม่ได้ถอดเสื้อและกางเกงแต่อย่างใด การกระทำของ จำเลยที่ 3 เป็นเพียงกระทำอนาจารผู้เสียหายเท่านั้น การพิจารณาการกระทำความผิด ต้องพิจารณาถึงเจตนาที่แท้จริง เป็นสำคัญ การวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำเบิกความของผู้เสียหายปรักปรำจำเลยที่ 3 ไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่ 3 ได้นั้น

เห็นว่า ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับฟังข้อเท็จจริงว่าขณะจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจำเลยที่ 3 จับมือ กดบ่า ผู้เสียหายไว้ไม่ให้ดิ้น เป็นการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหายฎีกาจำเลยที่ 3 โต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าวของ ศาลล่างทั้งสอง เป็นฎีกาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 3 โต้แย้งว่า เป็นฎีกาข้อกฎหมาย ฟังไม่ขึ้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกา จำเลยที่ 3 ชอบด้วยความเห็นศาลฎีกาแล้วให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้